ง”
ฮ่องเต้แค่นเสียงเบาๆ “เจ้าอย่าเพิ่งดีใจเร็วนัก เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอก เรื่องของพวกหลิวหงก็ส่วนหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วเราก็จะยังส่งคนไปสืบสวนที่ดินแดนทางใต้อีก หากการสืบสวนพบว่าความจริงไม่ตรงกับเนื้อหาในฎีกาที่เสนอมา เราก็จะหาเรื่องเจ้าอยู่ดี”
หลีเต้ายิ้มบาง “ฝ่าบาทสามารถสืบสวนได้ตามพระประสงค์”
เมื่อเห็นท่าทางหลีเต้ามั่นใจเช่นนี้ฮ่องเต้ก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก
“ท่านอู่อันป๋อ!” ทันใดนั้นเสียงของซุนเซียนก็ดังขึ้นจากทางด้านข้าง เมื่อหลีเต้าหันไปมองก็ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยว่า “ท่านอู่อันป๋อ ท่านยังจำการประลองครั้งที่สองที่ท่านตกลงไว้กับข้าได้หรือไม่”
ทันใดนั้นทุกคนจึงนึกถึงเรื่องที่ซุนเซียนและหลีเต้าได้ทำการตกลงกันไว้ที่ท้องพระโรงเมื่อครั้งก่อน
“แน่นอนว่าข้าจำได้” หลีเต้ามองไปยังพื้นดินที่ยังไม่ทันแห้งสนิทในระยะไม่ไกล บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางประดับอยู่ “แต่ว่าท่านซุนแน่ใจหรือว่าต้องการดำเนินการต่อไป?”
“หากท่านอู่อันป๋อหวาดกลัวก็สามารถยกเลิกได้”
“หวาดกลัว?” หลีเต้าเงยหน้าขึ้นยิ้มบางๆ “ท่านซุน เชิญส่งคนมาเถิด”
“ยังมีรอบที่สองอีกหรือ?” ขณะฟังการสนทนาของทั้งสอง เถียซานเหนียงก็มองไปยังองค์หญิงหมิงเยว่ที่อยู่ด้านข้างแล้วถามด้วยความสงสัย
องค์หญิงหมิงเยว่พูดเย้าแหย่ว่า “เป็นอะไร? กังวลหรือ?”
เถียซานเหนียงมองไปที่ร่างของหลีเต้าก่อนจะยิ้มบางพลางกล่าวว่า “หากจะกังวล คนที่ควรจะกังวลคือฝั่งตรงข้ามต่างหาก” ใน