์สังเกตเห็นสีหน้าของหลี่เตา นางจึงเอ่ยเรียก
“คุณชายเจ้าคะ?”
หลี่เตาหันกลับมาส่ายหน้าให้
“ไม่มีอะไร ดูการแสดงต่อเถอะ พักสักครู่แล้วพวกเราค่อยเดินเที่ยวต่อ”
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องทรงพระอักษร พระราชวังตาเฉียน
ในยามนี้ฮองเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร และกำลังตรวจแกฎีกา
ก๊อกๆ!
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูสองครั้งดังขึ้น เสียงของจ้าวจงดังขึ้นจากด้านนอก
“ฝ่าบาท ข้ากลับมาแล้วพะยะค่ะ”
“เข้ามาเถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวจงที่อยู่ด้านนอกก็ผลักประตูเปิดออก แล้วก้มหน้าเดินเข้ามา จากนั้นก็ปิดประตูลง
“ฝ่าบาท”
ฮองเต้ไม่ได้เงยหน้า แต่เอ่ยปากถามขึ้นในขณะที่กำลังตรวจฎีกาในมือไปด้วย
“ไปตรวจสอบที่หอบรรพชนมาแล้วหรือ?”
จ้าวจงเอ่ยตอบ
“พะยะค่ะ”
“ผลเป็นอย่างไร”
“ผลเหมือนกับครั้งก่อนพะยะค่ะ”
เปรี๊ยะ!
พู่กันที่ฮองเต้กำลังถืออยู่พลันหักเป็นสองท่อน
“ฝ่าบาท!”
ในชั่วขณะถัดมา จ้าวจงได้หายไปจากที่เดิม มาปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของฮองเต้ เขาหยิบพู่กันที่หักคามือแท่งนั้นออกไปอย่างระมัดระวัง
ฮองเต้ไม่สนใจ มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ดูเหม่อลอย
“ฝ่าบาท หากพระองค์ทรงไม่ต้องการจริงๆ บ่าวสามารถ…”
“บังอาจ!”
ก่อนที่จ้าวจงจะทันได้พูดจบ เสียงเย็นชาของฮองเต้ก็พลันดังขึ้นในห้องทรงพระอักษร จากนั้นแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของพระองค์
ตุบ!
จ้าวจงมีเหงื่อเย็นไหลโซม ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ขาทั้งสองข้างของเขาพลั