มฆดำบนท้องฟ้ากำลังกดทับอยู่เหนือศีรษะเขา ดูเหมือนพร้อมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
อวิ๋นอ๋องไม่ลังเลอีกต่อไป เขาปรับสภาพร่างกายอย่างเด็ดเดี่ยว เตรียมพร้อมรับมือกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์อย่างเต็มที่ แม้ว่าดูจากสภาพปัจจุบันของเขาแล้ว มันจะผ่านการลงทัณฑ์จากสวรรค์ไปได้ยาก แต่ตราบใดที่ยังมีโอกาสรอดอยู่ เขาก็จจะไม่ยอมแพ้
ในขณะเดียวกันอวิ๋นอ๋องยังเอ่ยข่มขู่ว่า
“เจ้าหนุ่ม หากเจ้ากล้าออกห่างจากข้าเกินสามวา แม้ข้าต้องตายขาก็จะนำทัณฑ์สวรรค์ไปหาคนของเจ้าเหล่านั้น”
หลี่เตาไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเดินตรงไปยังจุดที่ห่างจากอวิ๋นอ๋องสามวาพอดี ก่อนจะปักง้าวมังกรทมิฬลงบนพื้นแล้วนั่งขัดสมาธิ
อวิ๋นอ๋อง “…”
หลังจากได้สติกลับมา เมื่อเห็นว่าหลี่เตาไม่มีท่าทีจะจากไปจริงๆ อวิ๋นอ๋องจึงเริ่มเบนความสนใจไปที่ท้องฟ้า ในชั่วขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นนั้น พลันมีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น ในชั่วขณะถัดมาก็เห็นเพียงแสงฟ้าแลบวาบขึ้น ท่ามกลางเมฆดำทะมึนที่กำลังกดทับเมืองอยู่ สายฟ้าอันแข็งแกร่งฟาดลงมาจากเบื้องบนสู่พื้นดินในชั่วพริบตา
และเมื่อสายฟ้าฟาดลงมา อวิ๋นอ๋องและหลี่เตาที่อยู่ไม่ไกลกัน ต่างก็ถูกการลงทัณฑ์จากสวรรค์กลืนกินเข้าไป
“อ้ากกก!”
เมื่อทัณฑ์สวรรค์มาถึงร่าง พลังอันรุนแรงจากสายฟ้าก็แทรกเข้าสู่ร่างของอวิ๋นอ๋องในทันที กระแสอสนีบาตสายนั้นกดข่มพลังชั่วร้ายเอาไว้ ทำให้เกิดการผลักต่อต้านขึ้นในร่างกายของอวิ๋นอ๋องจนเขาเจ็บปวดแทบขาดใจ
ส่วนอีกด้านห