งอย่างที่ทำให้หัวใจไม่กลายเป็นบาดแผลสาหัสถึงชีวิตได้ แต่ถึงจะไม่ถึงตายอย่างน้อยก็ควรอ่อนแอลงบ้าง ไม่มีทางที่จะไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองดูสีหน้าสงบนิ่งของหลี่เตา เสี่ยวชิงจือพลันรู้สึกว่าตนเองถูกดูแคลน นอกจากตอนที่ต้องทำตัวนอบน้อมเวลาอยู่ต่อหน้าองค์ชายของเขาแล้ว เขาไม่เคยถูกใครมองเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากศัตรู
“เจ้าหนุ่ม ในเมื่อหัวใจหายไปแล้วก็ยังฆ่าเจ้าไม่ได้ งั้นข้าก็อยากจะรู้นักว่าถ้าไม่มีศีรษะแล้วเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่”
เมื่อคำพูดของเสี่ยวชิงจือจบลง ร่างของเขาก็หายไปจากที่เดิมในทันที
และเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็ได้มาอยู่ตรงหน้าหลี่เตาแล้ว ทว่าครานี้หัตถ์ทะลวงใจของเขาไม่ได้พุ่งตรงไปที่หัวใจอีกต่อไป แต่กลับพุ่งตรงไปที่ลำคอของหลี่เตา ในเมื่อทะลวงใจแล้วยังฆ่าไม่ได้ ก็จะตัดหัวเจ้าเสีย
เมื่อเห็นว่านิ้วของตนเองเข้าใกล้ลำคออีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มเย็นชาในดวงตาของเสี่ยวชิงจือก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
แต่ในขณะที่นิ้วของเขาห่างจากเป้าหมายเพียงนิดเดียว มันก็พลันหยุดชะงัก ไม่ใช่เพราะเขาต้องการหยุด แต่เพราะเขาจำเป็นต้องหยุด
เนื่องจากข้อมือของเขาถูกมือหนึ่งจับเอาไว้ ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นข้างหูเขา
“ทุกเรื่องต้องมีการผลัดกันรุกรับไปมา หากปล่อยให้เจ้าลงมืออยู่ฝ่ายเดียวก็จะดูไม่ค่อยดีนัก”
เสี่ยวชิงจ้อม่านตาหดเล็กลง
“เจ้าตามความเร็วของข้าทัน?”
เพราะในการโจมตีก่อ