หญิงหมิงเยว่ของพวกเรา”
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็นั่งหันหน้าเข้าหากันในศาลาโปร่ง เมื่อเห็นองค์หญิงหมิงเยว่ที่มีสีหน้าซีดเซียวมากขึ้นเรื่อยๆ เถี่ยซานเหนียงก็กล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิดว่า “หมิงเยว่ ขออภัยด้วย ข้าไม่ได้มาเยี่ยมเจ้านานแล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่ส่ายหน้า “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกนี้หรอก เจ้ากับข้าไม่เหมือนกัน เมื่อเทียบกับข้าแล้วเจ้ายุ่งวุ่นวายกว่ามาก วันนี้ที่เจ้าสามารถมาเยี่ยมข้าได้ ข้าก็พอใจมากแล้ว”
ทันใดนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็นึกขึ้นมาได้จึงถามว่า “จริงๆ แล้ว ข้าได้ยินมาว่าช่วงก่อนหน้านี้เจ้าอยู่ที่ดินแดนทางใต้มาโดยตลอด ผู้คนเล่าลือกันว่าที่นั่นอันตรายมากไม่ใช่หรือ เจ้าไปทำอะไรที่นั่นกัน?”
ตอนแรกก็อันตรายมากจริงๆ ในห้วงความคิดของเถี่ยซานเหนียงพลันปรากฏใบหน้าของคนผู้หนึ่งขึ้นมา นางกล่าวต่อเสียงเบาว่า “แต่ตอนนี้ไม่อันตรายแล้ว แม้แต่สำหรับข้าก็ยังปลอดภัยมาก”
“งั้นหรือ?” แววตาขององค์หญิงหมิงเยว่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากที่ได้ติดตามจีหมิงเยว่ฝึกวิชา ตอนนี้ความสามารถของนางก็นับได้ว่าเป็นผู้มีฝีมือระดับกลางในยุทธภพ นางสังเกตเห็นได้โดยทันทีว่า เมื่อครู้นี้ตอนที่เถี่ยซานเหนียงพูด แววตาของอีกฝ่ายดูแปลกไป
ทันใดนั้นนางก็พูดหยอกเย้าว่า “ซานเหนียง เจ้าคงไม่ได้ไปพบชายในดวงใจจากข้างนอกนั่นหรอกนะ?”
ถ้าเป็นแต่ก่อน หากเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา เถี่ยซานเหนียงจะต้องโต้แย้งกลับมาทันที แต