่องค์หญิงหมิงเยว่ได้พบว่า เมื่อนางเอ่ยประโยคนั้นออกไป เถี่ยซานเหนียงกลับเหม่อลอยไปชั่วขณะ
ทันใดนั้นสายตาขององค์หญิงหมิงเยว่ก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อนขึ้นมา
“ซานเหนียง เจ้า…”
เถี่ยซานเหนียงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว นางส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ไม่มีอะไร หมิงเยว่เจ้าอย่าเข้าใจผิดไป”
ในขณะนั้นเอง เถี่ยซานเหนียงถึงได้พบว่ามือของตนเองกำลังถูกมือเรียวอีกข้างที่ขาวสะอาดจับเอาไว้ในอุ้งมือ เสียงอันอ่อนโยนขององค์หญิงหมิงเยว่พลันดังขึ้นมา “ซานเหนียง เจ้ายังกังวลเรื่องการแต่งงานของเจ้าอยู่หรือไม่”
“หากเจ้าไม่ต้องการจริงๆ ข้าสามารถไปขอร้องเสด็จพ่อแทนเจ้าได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเถี่ยซานเหนียงก็ส่ายหน้า แล้วจับมือขององค์หญิงหมิงเยว่กลับพลางกล่าวเสียงเบาว่า “ไม่จำเป็นแล้ว”
ที่พูดเช่นนี้เป็นเพราะนางเข้าใจดีว่า การเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเถี่ยกับราชวงศ์นั้น มิใช่สิ่งที่สตรีทั้งสองคนจะสามารถใช้เจตจำนงของตนเองมากำหนดได้ หากพูดออกไปก็รังแต่จะทำให้ตนเองอับอาย หรืออาจสูญเสียมากกว่านั้น
เหมือนองค์หญิงหมิงเยว่จะเข้าใจเช่นกัน นางถอนหายใจเบา “หากข้าไม่ได้เกิดมาเป็นสตรีก็คงดี”
เถี่ยซานเหนียงเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิด “เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น?”
องค์หญิงหมิงเยว่หัวเราะเบาๆ “เพราะหากเป็นเช่นนั้น เจ้าก็สามารถตบแต่งให้ข้าได้น่ะสิ ข้าเชื่อว่าหากเป็นข้า เจ้าคงจะยินดียิ่งกระมัง”
เถี่ยซานเหนียงตกตะลึงไปชั่วครู่ เมื่อได้สติกลับมานาง