จากฟังคำพูดของซุนเชียนจบ ฮองเต้ก็รู้สึกสนใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะจัดการส่งคนพวกนี้ไปอยู่ที่สำนักเหวินหัวแล้ว แต่ก็ยังมีข่าวลือต่างๆ เล็ดลอดเข้ามาถึงหูเขาเป็นระยะ
หากสามารถส่งพวกคนเหล่านี้ออกไปให้ลำบากสักหน่อยได้ ก็จะเป็นเรื่องดีที่สุด
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฮองเต้ก็เงยหน้าขึ้นแล้วตบบัลลังก์มังกรพลางกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นก็จัดการตามนี้เถิด”
“หลิวเผย ซุนเชียน พวกเจ้าทั้งสองไปรับผิดชอบแจ้งพวกคนในสำนักเหวินหัว แล้วจัดการเรื่องการโยกย้ายพวกเขาด้วย”
ส่วนเรื่องที่จัดการลงไปแล้วจะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ ฮองเต้ก็ได้เตรียมการไว้แล้วให้คนพวกนี้ไปลองดูก่อน หากทำไม่ไหวจริงๆ ก็รอให้ผ่านการสอบขุนนางฤดูใบไม้ผลิในปีหน้าแล้วค่อยเปลี่ยนตัวคนพวกนี้
เมื่อพูดจบ ฮองเต้ก็มองไปที่หยางหลินแล้วกล่าวว่า “ไท่ผิงกง เราจัดการเช่นนี้เจ้าไม่มีข้อคัดค้านใช่หรือไม่”
“ข้าน้อยไม่กล้า”
ทั้งสายฟ้าและน้ำค้างล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาทยิ่งไปกว่านั้น หยางหลินก็เข้าใจดีว่านี่คือวิธีที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ใครใช้ให้เขาไปล่วงเกินจวนอัครเสนาบดีเข้าละ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หยางหลินก็รู้สึกละอายใจอยู่บ้างหลี่เต้ายังไม่ทันได้มาปรากฏตัวในราชสำนัก เขาก็หาศัตรูให้อีกฝ่ายไม่น้อยแล้ว
หวังว่าหลี่เต้าจะไม่ด่าเขาหลังจากที่รู้เรื่องแล้วหากไม่ไหวจริงๆ ก็เขียนจดหมายบอกให้เอาหยางเหยียนมาระบายโทสะแทนแล้วกันหนี้ของปู่ให้หลานชดใช้เป็นเรื่องที่สม