จะพูดว่า “นี่ก็แค่กลุ่มคนหัวแข็งในหมู่ขุนนางฝ่ายปกครองเท่านั้นเอง”
เฉินโหยวพยักหน้า “จะกล่าวเช่นนั้นก็ได้”
จากคำอธิบายของเฉินโหยวทำให้ทราบว่า คนในสำนักเหวินหัวนั้นมีความสามารถและหลายคนยังมีความสามารถมากทิอาจเป็นเพราะปัญหาเรื่องที่พวกเขามีความสามารถมากเกินไป เลยทำให้พวกเขาไม่สนใจคนธรรมดา
หากจะยกคำจากในชาติก่อนมาพูด อัจฉริยะมักจะเข้ากับคนธรรมดาไม่ได้
ทันใดนั้น หลี่เต้าดูเหมือนจะนึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา จึงถามว่า “เจ้ารู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?”
เฉินโหยวตอบ “เพราะข้าเคยอยู่ที่สำนักเหวินหัวมาระยะหนึ่ง จึงค่อนข้างรู้เรื่องดี”
หลี่เต้าเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินโหยว เขาก็เข้าใจทันทีว่าควรตีความอย่างไรชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือควรทำอย่างไรดี
แต่ไม่ว่าอย่างไร ในเมื่ออีกฝ่ายมาถึงดินแดนทางใต้แล้ว นั่นก็หมายความว่ามาถึงอาณาเขตของเขา
หากจะทำตัวก่อกวนสร้างเรื่องในที่อื่นเขาไม่ว่าอะไร แต่ในเขตของเขานี้…
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลี่เต้าก็รู้สึกว่าเขาควรเตรียมของกำนัลบางอย่างไว้ล่วงหน้าจะดีกว่าดังนั้นเขาจึงเงยหน้าถามเฉินโหยว “เรื่องประกาศเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ประกาศได้ถูกแจกจ่ายออกไปอย่างเต็มกำลังแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่วันก็จะครอบคลุมทั่วทั้งเขตดินแดนทางใต้ ยกเว้นบริเวณเทือกเขาหมื่นลี้”
“อืม ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็ระวังหน่อย ในช่วงนี้หากมีคนมาร้องเรียน ให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้วจัดการทันที”
“ทราบแล้วขอรับ”
ห