งเอิญมารวมตัวกันพอดี และมีศัตรูร่วมกันด้วย ไม่เสียหายที่จะปรึกษากันว่าจะจัดการกับผู้ว่าการคนใหม่นั่นอย่างไร”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้คนด้านล่างแท่นสูง เฉินหยางยังไม่เข้าใจสถานการณ์ในทันที แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ผู้ว่าการคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ทว่าถึงจะมีความแค้นก็ตาม แต่เขาที่สามารถขึ้นเป็นเจ้าสำนักปีศาจเลือดได้ก็ไม่ใช่คนโง่ หากไม่เข้าใจสถานการณ์แล้วพลาดพลั้งทำอะไรขึ้นมาจะเสียชื่อได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทั้งกองทัพสิบทิศและตระกูลอู่ต่างเคยเสียเปรียบในมือของผู้ว่าการคนนั้นมาแล้ว ยิ่งแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ไม่สามารถตัดสินใจอย่างสะเพร่าได้
แต่เมื่อเผชิญกับคำยกยอของทุกคน เขายังคงต้องแสดงท่าทีบางอย่าง มิเช่นนั้นหากคนอื่นรู้เข้าอาจคิดว่าเขากลัวก็ได้ เฉินหยางจึงเอ่ยปากว่า “ในเมื่อทุกคนต่างมีความตั้งใจ ขอให้ทุกท่านปรึกษาหารือกันคิดแผนการก่อน เพราะจากคำพูดของพวกท่าน ผู้ว่าการคนนั้นก็ไม่ธรรมดา”
ในตอนนั้นเอง ผู้นำตระกูลอู่พลันเอ่ยปากขึ้นว่า “เช่นนี้ก็ได้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนกับทุกคนก่อน”
เฉินหยางขมวดคิ้ว “โอ้? ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร?”
ผู้นำตระกูลอู่มองไปยังตำแหน่งที่ตระกูลเหมียวอยู่แล้วค่อยๆ เอ่ยว่า “สิ่งที่ข้าต้องการจะพูดก็คือ ตระกูลเหมียวอาจจะสนิทสนมกับผู้ว่าการผู้นั้นอยู่บ้าง พวกเจ้าพูดจาสะเปะสะปะเช่นนี้ อาจจะก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาได้”
คำพูดนี้เพิ่งเอ่ยออกมา ทันใดนั้นสา