หลี่เต้าพลิกตัวหนึ่งทีแล้วขึ้นขี่หลังของเสี่ยวเฮยอย่างคล่องแคล่ว “พวกเจ้าทั้งสองสมควรไปพบน้องชายในอนาคตได้แล้ว”
ในห้วงขณะเดียวกัน ณ หุบเขาที่หลี่เต้าเคยปราบฝูงหมาป่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องกังวานทั่วหุบผา ทหารกองทัพฝูถูสองพันนายถืออาวุธ แต่ละคนขี่หมาป่ายักษ์ตัวหนึ่งควบไปทั่วหุบเขา ผู้นำคือสวีหู่ที่ขี่หลังเจ้าเสือ
สวีหู่ตบศีรษะเจ้าเสือแผ่วเบา มันก็คำรามสนองรับทันที ในชั่วขณะถัดมากองทัพหมาปาฝูถูแบ่งเป็นสี่กลุ่ม แล้วจากนั้นสองกลุ่มก็เข้าปะทะกับอีกสองกลุ่มที่เหลือ คนสู้คน หมาป่าสู้หมาป่า ทำให้หุบเขาวุ่นวายไปหมด หนึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสองฝ่ายต่างก็สิ้นชีพไปด้วยกันทั้งหมด ล้มลงบนสนามรบไม่เหลือใคร
ในเวลานี้เสวี่ยปิง จางเมิ่ง หยางเหยียน และจ้าวถ่ง ก็ได้เดินออกมาจากอีกด้านหนึ่ง ด้านหลังของทั้งสี่คนมีหมาป่ายักษ์ตัวหนึ่งติดตามมาด้วย แต่กลิ่นอายของพวกมันกลับรุนแรงยิ่งกว่าหมาป่ายักษ์ตัวอื่นๆ
“โฮก!”
เสวี่ยปิงมองดูภาพตรงหน้า “เอาละ น่าจะเป็นไปตามที่หัวหน้าต้องการแล้ว”
หยางเหยียนนึกถึงภาพการต่อสู้ของเหล่าทหารหมาป่าเมื่อครู่ ในใจก็อดนึกถึงกองกำลังทหารม้าภายใต้การบังคับบัญชาของท่านปู่เขาไม่ได้ เมื่อเทียบกับเหล่าทหารหมาปาตรงหน้า พวกทหารม้าเหล่านั้นแทบไม่มีค่าให้กล่าวถึงเลย พอคิดถึงตรงนี้ในใจเขาถึงกับรู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อย หากท่านปู่หยางหลินของเขาได้เห็นทหารหมาป่าเหล่านี้ คงจะอิจฉาจนนอนไม่หลับไปหลา