หลี่เต้าไม่ได้สนใจสีหน้าของเถี่ยซานเหนียง เขาผุดลุกขึ้นแล้วสาวเท้าไปยังหีบใส่ง้าวใหญ่
หลังจากย่อตัวลง เมื่อมือทั้งสองของเขาวางลงบนง้าวใหญ่สีดำนั้น ลูบไล้ไปตามลวดลายบนง้าวอย่างช้าๆ
“หืม?” ทันใดนั้นหลี่เต้าพลันขมวดคิ้ว เขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าง้าวใหญ่เล่มนี้ดูเหมือนจะขาดอะไรบางอย่างไป
เถี่ยซานเหนียงที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ริมฝีปากสีชมพูเผยอขึ้นเล็กน้อยพูดว่า “พี่หลี่ ยังมีอีกเรื่องที่ข้าลืมบอกท่าน”
“ช่างตีอาวุธผู้สร้างง้าวเล่มนี้เคยบอกว่า ขณะที่เขากำลังตีอาวุธชิ้นนี้ เขาได้พบจิตวิญญาณเล็กๆ ที่หลงเหลือจากอาวุธเล่มก่อนของท่านโดยบังเอิญ และเนื่องจากการหลอมอาวุธใหม่ จิตวิญญาณนี้จึงอาจจะยังอยู่ แต่คงอยู่ในสภาพหลับใหล ท่านต้องหาวิธีปลุกมันเอง”
จิตวิญญาณหรือ?
หากเป็นชาติก่อนเขาคงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่นี่คือโลกแห่งการบำเพ็ญ อะไรก็เป็นไปได้ ยิ่งเป็นอาวุธที่มีจิตวิญญาณด้วยแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็วางมือลงจับที่ด้ามง้าว
“ระวัง ง้าวเล่มนี้หนักมาก” เถี่ยซานเหนียงรีบเตือนด้วยความเป็นห่วง
แต่ทว่าง้าวใหญ่ในมือของหลี่เต้า ที่ต้องใช้ชายฉกรรจ์แปดคนออกแรงยกพร้อมกันนั้น เขากลับใช้เพียงมือเดียวหยิบขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แถมยังสามารถใช้มือเดียวกันนั้นเหวี่ยงง้าวได้อีกด้วย
เนื่องจากมันมีน้ำหนักมหาศาล ยามเหวี่ยงไปมาในอากาศจึงทำให้มีเสียงทุ้มต่ำดังออกมาเป็นระลอกจากการเหวี่ยงนั้น ภาพที่ปรากฏต