รงหน้าทำให้เหล่าบุรุษฉกรรจ์ที่แบกง้าวมาถึงกับตะลึงงัน
เถี่ยซานเหนียงไม่รู้น้ำหนักที่แท้จริงของง้าวแต่พวกเขานั้นรู้อย่างชัดเจน อาวุธที่หนักอย่างน้อยหมื่นชั่ง แม้แต่พวกเขาก็ต้องระดมพลังปราณแท้จึงจะสามารถยกขึ้นได้อย่างยากลำบาก แต่บัดนี้กลับมีคนสามารถควบคุมมันได้ด้วยมือเดียว
หลังจากลองเหวี่ยงดูสักพัก หลี่เต้าก็หยุดมือแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อเทียบกับง้าวมังกรทมิฬที่หนักเพียงไม่กี่ร้อยชั่ง น้ำหนักของง้าวใหญ่นี้กลับถนัดมือกว่า หากได้ใช้วิชาง้าวไร้พ่าย คาดว่าพลังทำลายล้างจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกระดับ
“ซานเหนียง ขอบคุณเจ้ามาก” หลี่เต้าหันกลับมาพูดพร้อมรอยยิ้ม
“พี่หลี่ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราถือเป็นคนกันเองอยู่แล้ว” หลี่เต้าได้นั่งพูดคุยกับเถี่ยซานเหนียงอยู่พักหนึ่ง
แต่เมื่อเทียบกับเขาที่ตอนนี้มีเวลาว่าง เนื่องด้วยสมาคมการค้าตระกูลเถี่ยกำลังเริ่มต้นธุรกิจในดินแดนทางใต้ ทางฝั่งนางจึงยุ่งมาก การที่สามารถมาส่งอาวุธได้ด้วยตัวเองนั้นก็เป็นเพราะฝืนสละเวลามา ไม่นานนางก็พาขี้โหยวเอ่อร์กล่าวลาจากไป
หลังจากเถี่ยซานเหนียงจากไป จู่ๆ เหมียวเมี่ยวซินที่อยู่ด้านหลังหลี่เต้าก็เอ่ยปากขึ้น “ท่านผู้ว่าการ คุณหนูสกุลเถี่ยผู้นี้ดูเหมือนจะมีใจให้ท่านอยู่ไม่น้อย”
หลี่เต้าชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหันกลับมากล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร? ว่าแต่เจ้าเข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ?”
“เมี่ยวซินไม่เข้าใจ แต่กู่ปฏิพัทธ์เข