้าใจเจ้าค่ะ”
“กู่ปฏิพัทธ์?”
“ใช่เจ้าค่ะ” เหมียวเมี่ยวซินอธิบายให้ฟัง “สตรีตระกูลเหมียวทุกคนเมื่อเกิดมาจะถูกฝังกู่ปฏิพัทธ์เอาไว้ กู่ปฏิพัทธ์สามารถรับรู้ความรักในโลกมนุษย์ และช่วยเลือกคนที่พึงใจให้กับสตรีตระกูลเหมียวได้”
เรื่องนี้ทำให้หลี่เต้านึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับกู่ปฏิพัทธ์ในชาติก่อนทันที เขาจึงถามต่อด้วยความสงสัยว่า “มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่?”
“แน่นอนว่าต้องมี กู่ปฏิพัทธ์จะปลดปล่อยพิษแห่งความรักออกมาเมื่อหญิงสาวเสียพรหมจรรย์ และเมื่อใดก็ตามที่ในใจมีความคิดทรยศปรากฏขึ้น กู่ปฏิพัทธ์จะปลดปล่อยพิษรักออกมา ทำให้ทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์โดยไม่มียาใดรักษาได้”
“จำกัดเฉพาะสตรีเท่านั้นหรือ?” ทันใดนั้นหลี่เต้าก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา “แล้วถ้า… ข้าขอพูดว่าถ้าหากบุรุษผู้หนึ่งมีความรักอันกว้างขวาง รักผู้คนมากมายในเวลาเดียวกัน เช่นนั้นแล้วกู่ปฏิพัทธ์จะเป็นอย่างไร จะนับว่าจิตใจคิดทรยศหรือไม่”
เหมียวเมี่ยวซิน: “…”
“พอเถอะ แค่ล้อเล่นเท่านั้น”
หลี่เต้ามองสำรวจเหมียวเมี่ยวซินตั้งแต่หัวจรดเท้า จู่ๆ ก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าช่วงเวลาที่อยู่กับพวกจิ่วเอ๋อร์ ซิวเอ๋อร์ จะมีอิทธิพลต่อเจ้าไม่น้อย ไม่เลวเลยทีเดียว ต่อไปเจ้าก็จงอยู่เป็นเพื่อนพวกนางเถิด ถึงอย่างไรการที่ติดตามข้าซึ่งเป็นบุรุษผู้หนึ่งตลอดเวลาก็ไม่ค่อยเหมาะสมนัก”
หลี่เต้าชำเลืองมองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยบนบ่าของเขาแล้วจากนั้นก็งอนิ้วดีดมัน ราชัน