ไม่สำคัญ ค่อยๆ ทำไปสักวันก็จะกระตุ้นมันได้สำเร็จ ทว่าหากพิจารณาเพียงแค่ตัววัสดุของง้าวมังกรทมิฬ มันก็น่าจะเพียงพอสำหรับเขาที่จะใช้มันต่อกรกับผู้ที่อยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์ได้แล้ว
“เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าที่หุบเขาเป็นอย่างไรบ้าง ควรไปดูสักหน่อย”
การได้อาวุธใหม่และการบ่มเพาะด้วยตัวเองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าคือการลับคมด้วยเลือด
เขาถือง้าวมังกรทมิฬออกมานอกโถงใหญ่ แล้วเป่าเสียงนกหวีดออกมา หลังจากเสียงนกหวีดดังขึ้นเพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างสองร่างสีดำและสีขาวก็พุ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งอย่างกะทันหัน แล้วมาหยุดลงตรงหน้าเขา
ร่างสีดำและสีขาวนี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น เสี่ยวเฮย และ เสี่ยวไป๋ นั่นเอง หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน ในปัจจุบันเสี่ยวเฮยมีความสูงเกือบถึงเก้าฉื่อ ส่วนเสี่ยวไป๋นั้นตัวเล็กกว่าเสี่ยวเฮยเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับหมาป่าทั่วไปแล้วก็ถือว่าเป็นสัตว์ร้ายขนาดมหึมาทีเดียว
แต่ขนาดร่างกายยังเป็นเรื่องรอง พละกำลังของทั้งสองตัวในตอนนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพียงแค่ความเร็วอย่างเดียว คาดว่าผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์บางคนที่เชี่ยวชาญวิชาตัวเบาก็ยังไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของเสี่ยวเฮยได้