ล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ “หากมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถิด”
ไม่นานเสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากในความมืด
“นายท่าน หากท่านต้องการ ข้าสามารถออกไปนำตัวราชันกู่เกราะทองกลับมาให้ท่านได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนบนบัลลังก์ก็ส่ายหน้า “ไม่จำเป็น ทนมาจนถึงตอนนี้แล้วไม่เหมาะที่จะสร้างปัญหาเพิ่มอีก หากทำให้ราชสำนักสนใจเรื่องนี้ก็จะไม่ดีแน่”
“แต่ร่างกายของท่าน…”
“ข้ารู้” คนบนบัลลังก์ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเช่นนั้นเริ่มเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้เถิด”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น บุคคลบนบัลลังก์ก็มองผ่านภูเขาไปยังทิศทางของเมืองเทียนหนานแล้วเอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “หลังจากทุกอย่างจบลง ข้าจะจัดการด้วยมือของข้าเอง”
เพราะการลงเขานั้นง่ายแต่การขึ้นเขานั้นยาก ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็กลับมาถึงเมืองสือกู่เจี้ยน จากนั้นใช้เวลาอีกสองวันเดินทางกลับมาถึงเมืองเทียนหนานอย่างปลอดภัย
“หัวหน้า สมแล้วที่เป็นท่าน เมืองเทียนหนานนี้แตกต่างจากตอนที่พวกเราเพิ่งมาถึงดินแดนทางใต้อย่างสิ้นเชิง”
เมื่อได้ยินเสียงร้องขายสินค้ารอบข้างและเห็นผู้คนในเมืองเทียนหนานที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ใบหน้าของเสิ่นซานก็เผยรอยยิ้มออกมา
หลี่เต้าก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เช่นกัน หลังจากออกไปเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือน เขาพบว่าเมืองเทียนหนานในปัจจุบันเปลี่ยนโฉมไปจากตอนที่เขาจากไป
เมื่อสังเกตเห็นป้ายของตระกูลเถี่ยที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ เขาก็เข้าใจว่าเบื้องหล