ิ่งทะลวงขึ้นระดับเซียนเทียนได้ไม่นานจะดีกว่า”
“นั่นหมายความว่าไม่มีวิธีแล้วใช่ไหม? น่าเสียดาย ปกติเจ้าชอบคุยโวว่าตัวเองเก่งกาจเพียงใด”
เหล่ากุ่ยได้ยินแล้วดวงตากระตุก จึงรีบพูดว่า “ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่มีวิธี” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นซานก็หัวเราะเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีวิธีอยู่แล้ว ในเมื่อมีวิธีก็รีบลงมือสิ”
“ข้าไม่มีวิธีช่วยเจ้าบ้าตัวน้อยจากน้ำมือพวกนั้นหรอก”
“งั้นเจ้า…”
“แต่ข้ามีวิธีทำให้พวกมันตายพร้อมกับพวกเราที่นี่”
พูดจบ เหล่ากุ่ยก็เริ่มลงมือหยิบขวดโหลเล็กๆ หลายใบออกมา เสิ่นซานได้สติกลับมารีบพูดว่า “เหล่ากุ่ย เจ้าจะทำจริงๆ หรือ?”
เหล่ากุ่ยส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ฝ่ายตรงข้ามไม่คิดจะปล่อยพวกเราไป ข้าเองก็ไม่ใช่คนที่จะนั่งรอความตายเฉยๆ อย่างไรเสียข้าก็มีชีวิตอยู่มากว่าร้อยปีแล้ว ถือว่าได้มีชีวิตอยู่มานานพอแล้ว เพียงแต่เสียดายแทนพวกเจ้าเท่านั้น”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเหล่ากุ่ย เสิ่นซานก็รู้ว่าคราวนี้เหล่ากุ่ยเอาจริงแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่า “ถ้าหัวหน้าตามพวกเรามาดินแดนทางใต้ด้วยกันก็คงดี ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาต้องช่วยพวกเราให้พ้นจากสถานการณ์ลำบากในตอนนี้ได้แน่”
เหล่ากุ่ยพยักหน้า “ใช่ เจ้าหนุ่มนั่นมีความสามารถจริงๆ แต่พวกเราคงไม่มีโอกาสได้พบเขาอีกแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเสิ่นซานและสวีหู่ไม่อาจต่อต้านได้อีกต่อไป หัวหน้ากองทัพสิบทิศก็ไม่ลังเล เขาเตรียมจะผ่าท้องเจ้าบ้าตัวน้