หลังจากที่ระบายความโกรธกับเหล่ากุ่ยเสร็จแล้ว เสิ่นซานก็ออกมาจากถ้ำ เขาพบว่าสวีหู่ยังคงอยู่กับเสือที่รับมาเป็นพี่น้องอย่างสนิทสนม ในตอนนี้เขานึกถึงวันเวลาที่อยู่ในค่ายนักโทษประหารอย่างมาก คนแก่ก็ไม่ปกติ คนเด็กก็ไม่ปกติ คนตัวใหญ่นี่ก็ไม่ปกติเหมือนกัน ไม่รู้จริงๆ ว่าหัวหน้าลากพวกเขาออกมาจากค่ายนักโทษประหารได้อย่างไร
“โฮก!” ในตอนนั้นเองเสียงคำรามต่ำได้ดังขึ้น
เห็นเพียงเจ้าเสือหันหน้าไปด้านข้าง ดวงตาเสือจ้องมองไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลแสดงสีหน้าระแวดระวัง เมื่อสังเกตเห็นภาพนี้สวีหู่ขยับจมูกเล็กน้อยและมองไปยังพุ่มไม้เช่นกัน
“ที่แท้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ ทำให้พวกข้าต้องตามหาอย่างยากลำบาก!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากในพุ่มไม้
ไม่นานนักร่างหลายร่างก็ปรากฏขึ้น พวกเขาคือตระกูลอู่และคนของกองทัพสิบทิศที่ไล่ล่าเสิ่นซานมาตลอดทาง มีแต่เทพเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดกว่าจะฝ่าคลื่นสัตว์ออกมาได้
แย่แล้ว! เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ เสิ่นซานก็ลุกพรวดขึ้นในทันที ดวงตาทั้งสองข้างมองไปยังกลุ่มคนด้วยความระแวดระวัง เขาไม่คิดว่าจะถูกกลุ่มคนพวกนี้ไล่ตามมาทัน ทั้งที่วิ่งหนีมาไกลมากแล้ว
หัวหน้ากองทัพสิบทิศก้าวออกมาจากฝูงชน มองเจ้าเสือแวบหนึ่งแล้วจากนั้นสายตาก็ตกลงบนตัวเสิ่นซาน “เจ้าอ้วน เป็นเจ้าใช่ไหมที่ขโมยของไป? ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า คืนของมาแล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า มิเช่นนั้น…”
คำพูดที่เหลือไม