่จำเป็นต้องพูดออกมาเพราะชัดเจนอยู่แล้ว เสิ่นซานไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองไปทางด้านข้างที่สวีหู่อยู่
“ฮึ่ม!” ในชั่วขณะถัดมา สวีหู่ไม่พูดอะไรสักคำแต่พุ่งเข้าไปโจมตีทันที ส่วนเสิ่นซานวิ่งตรงไปยังถ้ำบนเขา ทันใดนั้นขณะวิ่งก็ตะโกนไปด้วย “เหล่ากุ่ย! มีคนไล่ล่าพวกเรามา รีบพาเจ้าบ้าตัวน้อยหนีไปเร็ว!”
เมื่อเห็นสวีหู่บุกเข้ามาอย่างบ้าบิ่น หัวหน้าของกองทัพสิบทิศก็แสดงสีหน้าไม่พอใจและสั่งการทันที “ทุกคน จัดการมันให้ข้า!”
ฝ่ายตระกูลอู่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ พวกเขาได้ปล่อยกู่ออกมาตั้งแต่ตอนที่สวีหู่ลงมือแล้ว เมื่อเห็นกู่ที่พุ่งเข้ามาดวงตาของสวีหู่พลันเบิกกว้าง ในชั่วขณะถัดมาเงาเสือยักษ์ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา “โฮก!”
เสียงคำรามของเสือดังก้องไปทั่วป่าเขา พร้อมกับคลื่นพลังที่ซัดออกมากู่เหล่านั้นก็ถูกสั่นสะเทือนจนกระเด็นออกไปทีละตัว ในกองทัพสิบทิศ ผู้ที่มีวรยุทธ์อ่อนแอกว่าถูกเสียงคำรามของเสือสั่นสะเทือนจนเลือดไหลออกจากรูขุมขน ทว่าในกองทัพสิบทิศที่ถูกส่งมาคุมตัวราชันกู่เกราะทองก็ยังมีผู้แข็งแกร่งอยู่บางส่วน พวกเขาเข้ามาประชิดตัวสวีหู่อย่างรวดเร็ว
สวีหู่ลงมือด้วยวิธีเดียวกับที่เขาเคยใช้ต่อสู้กับศัตรูตอนที่อยู่ในค่ายนักโทษประหาร เป็นการสังหารที่โหดเหี้ยมที่สุด แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ในปัจจุบันทุกครั้งที่สวีหู่ลงมือจะมีเงาเสือดุร้ายรวมตัวกันอยู่ด้านหลังเขา ราวกับว่าในขณะนี้เขาได้กลายเป็นเสือดุร้ายในร่า