งมนุษย์ไปแล้ว ไม่นานนักเจ้าเสือก็ตามหลังสวีหู่เข้าไปสังหารในกลุ่มคน
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นซานวิ่งกลับเข้าไปในถ้ำ เมื่อเห็นเหล่ากุ่ยที่อยู่ไม่ไกลก็รีบตะโกนว่า “เหล่ากุ่ยเร็วเข้า พาเจ้าบ้าตัวน้อยไปกับข้า มีคนบุกเข้ามาแล้ว” แต่หลังจากตะโกนไปครั้งหนึ่งเขาพลันพบว่าเหล่ากุ่ยไม่ได้สนใจเขา เสิ่นซานจึงเดินเข้าไปตบไหล่เหล่ากุ่ยแล้วพูดว่า “เหล่ากุ่ย เจ้า…”
ยังไม่ทันที่เสิ่นซานจะพูดจบ มือข้างหนึ่งของเหล่ากุ่ยก็ปิดปากเขาไว้แล้ว
“อื้อ! อื๋อ!” เสิ่นซานดิ้นรนตามสัญชาตญาณ แต่ไม่นานเขาก็เห็นภาพที่ทำให้เขาต้องตกใจ
ไม่ไกลจากพวกเขาทั้งสอง เจ้าบ้าตัวน้อยได้คลานลุกขึ้นมาจากพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ในเวลานี้ ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความสับสน อีกทั้งยังมีเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่าดังออกมาจากปากของเขาไม่หยุด เมื่อเห็นว่าเสิ่นซานดูเหมือนจะสงบลงแล้ว เหล่ากุ่ยก็ปล่อยมือ
เสิ่นซานถามขึ้นเสียงเบา “เหล่ากุ่ย เจ้าบ้าตัวน้อยเป็นอะไรไป”
เหล่ากุ่ยเองก็ลดเสียงลงเช่นกัน เขาพูดว่า “หากข้าเดาไม่ผิด ตอนนี้จิตสำนึกของเจ้าบ้าตัวน้อยกำลังต่อสู้กับจิตสำนึกของราชันกู่อยู่ ตอนนี้เขาเป็นเพียงกู่ที่ไร้สติ หากรบกวนเขาอาจจะโจมตีสิ่งมีชีวิตรอบข้างโดยไม่เลือกหน้า”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นซานอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แล้วตอนนี้จะทำอย่างไร พวกนั้นกำลังบุกเข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าสวีหู่กับเจ้าเสือจะรับมือไหวหรือไม่”
และในขณะนั้นเอง จ