ู่ๆ เจ้าบ้าตัวน้อยก็มีความเคลื่อนไหวขึ้นมา เห็นเพียงอีกฝ่ายแนบตัวลงกับพื้น ใช้จมูกดมกลิ่นบางอย่างบนนั้นและในอากาศไม่หยุด ในตอนนี้เสิ่นซานพบว่าสีหน้าของเหล่ากุ่ยดูแปลกๆ “เหล่ากุ่ย เจ้าเป็นอะไรไป”
“ข้าเพิ่งคิดได้ว่าตอนรักษาเจ้าบ้าตัวน้อย ข้าคำนวณพลาดไปหนึ่งเรื่อง”
“เรื่องอะไร”
“ในการต่อสู้ของกู่ ต้องเตรียมเลือดเนื้อไว้เพื่อให้แน่ใจว่ากู่จะได้รับพลังเพียงพอ แต่ข้าลืมเตรียมมันไว้”
ในตอนนั้นเองทั้งสองคนพลันพบว่าเจ้าบ้าตัวน้อยที่กำลังดมฟุดฟิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาทั้งสองคน เสิ่นซานเอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้มันเป็นอะไรไป”
เหล่ากุ่ยตอบตามตรง “เป็นไปได้มากว่าคงเห็นพวกเราทั้งสองเป็นเลือดเนื้อแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร”
หลังจากถามจบ เสิ่นซานก็พบว่าข้างตัวเขาพลันว่างเปล่า พอหันไปมองก็เห็นเพียงเหล่ากุ่ยวิ่งชายเสื้อคลุมสะบัดออกไปได้ระยะหนึ่งแล้ว เขาตะโกนพลางวิ่งไป “เจ้าอ้วน รีบวิ่งเร็ว เจ้าบ้าตัวน้อยจะกินคนแล้ว!” เมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเสิ่นซานก็เปลี่ยนไปในทันที พอหันกลับไปมองก็เห็นเจ้าบ้าตัวน้อยที่มีใบหน้าคลุ้มคลั่งกำลังพุ่งเข้ามาใส่เขา
เสิ่นซานรีบสะบัดขาวิ่งหนีทันที เนื่องจากเขาเชี่ยวชาญวิชาตัวเบามากที่สุดจึงไล่ตามเหล่ากุ่ยได้ทันอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเหล่ากุ่ยเขาก็อดด่าไม่ได้ “ตาแก่บัดซบ! กล้าหลอกข้า” จากนั้นเสิ่นซานหันไปมองดูเจ้าบ้าตัวน้อยที่กำลังไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว แล้วจู่ๆ เข