ยวซิน จำไว้ว่าต้องดูแลราชันกู่ให้ดี และอย่าลืมเรื่องที่ข้ากำชับเจ้าเมื่อคืนด้วย”
เหมียวเมี่ยวซินมองไปที่หลี่เต้าอย่างสงบ แล้วค่อยพยักหน้า หลังจากนั้นเหมียวหรงก็เบนสายตาไปที่หลี่เต้า
“ท่านผู้ว่าการ ราชันกู่และเมี่ยวซินก็ต้องขอรบกวนท่านแล้ว”
หลี่เต้าเอ่ยตอบ “ไม่มีอะไรรบกวนหรอก ตรงกันข้ามข้าอาจจะต้องรบกวนพวกเขาเสียมากกว่า”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เต้ามองดูท้องฟ้าก่อนจะเอ่ยปากขึ้น
“เอาละ ผู้อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านส่งถึงแค่นี้ก็พอแล้ว ต่อจากนี้ข้าเดินทางเองได้”
“ถ้าเช่นนั้นท่านผู้ว่าการ เดินทางปลอดภัย”
“อืม”
ขณะที่หลี่เต้ากำลังจะพาเหมียวเมี่ยวซินจากไป จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังขึ้นจากที่ไกลๆ และเสียงนั้นก็ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“ช่วยด้วย… ช่วยด้วย!”
หลังจากเสียงร้องอย่างเร่งรีบขาดๆ หายๆ นี้ดังขึ้น ก็เห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งวิ่งโซซัดโซเซมาจากบันไดหินที่อยู่ไม่ไกล เมื่อมองอย่างละเอียดแล้ว ทุกคนพบว่าเป็นชายคนหนึ่งสวมชุดตระกูลเหมียว ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย
เมื่อชายคนนั้นเห็นเหมียวหรงและคนอื่นๆ ที่อยู่หน้าประตูใหญ่ของหมู่บ้านเมฆา ดวงตาของอีกฝ่ายก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นในทันใด แต่เมื่อมาถึงที่ไม่ไกลนักเขาก็ดันสะดุดล้มลงกับพื้น
เกิดอะไรขึ้น? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้หลี่เต้าและเหมียวหรงรวมถึงคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง เมื่อได้สติกล