วันนี้ข้าเรียกพวกเจ้ามาเพราะข้าตั้งใจจะนำตระกูลเหมียวเข้าไปอยู่ภายใต้การปกครองของจวนผู้ว่าการ วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาก็เพื่อดูว่าพวกเจ้าคิดเห็นอย่างไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเหมียวโฮ่วและเหมียวอี้ต่างก็พลันแข็งค้างไป เหมียวโฮ่วขมวดคิ้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังพูดอะไรอยู่?”
เหมียวอี้รีบพูดต่อ “พี่ใหญ่ ท่านคงไม่ได้มีอายุมากจนสับสนไปแล้วกระมัง ตระกูลเหมียวของพวกเราอยู่ดีๆ เหตุใดจึงต้องเข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการด้วย”
เหมียวหรงพยักหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าข้ากำลังพูดอะไร และข้าก็ไม่ได้สับสน ที่พูดเช่นนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลเหมียวเท่านั้น”
“อนาคต?” เหมียวอี้แค่นเสียงเบา สายตาเหลือบมองไปยังหลี่เต้าซึ่งกำลังดื่มชาอยู่ด้านข้าง “อนาคตที่ท่านพูดถึงคือการพึ่งพาผู้อื่นหรือ?”
“อะไรเรียกว่าพึ่งพาผู้อื่น!” เหมียวหรงขมวดคิ้ว “พวกเจ้าอย่าลืมว่าตระกูลเหมียวของพวกเราก็เป็นชาวต้าเฉียนด้วย”
“ชาวต้าเฉียน?” เหมียวโฮ่วเอ่ยตอบ “พี่ใหญ่ ราชสำนักไม่ได้ดูแลพวกเรามากี่ปีแล้ว ท่านยังจำได้หรือไม่? ตอนนี้ท่านพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วจะให้พวกเรายอมรับได้อย่างไร”
เมื่อเห็นว่าเหมียวโฮ่วและเหมียวอี้ไม่ยอมรับฟังเลย เหมียวหรงจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนเขาไป๋เหลี่ยนอีกครั้ง และยังพูดถึงบุญคุณที่หลี่เต้าช่วยชีวิตพวกเขาและราชันกู่เอาไว้ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้สีหน้าของเหมียวโฮ่