วและเหมียวอี้ก็เปลี่ยนไปจริงๆ
ในขณะที่เหมียวหรงคิดว่าเหตุผลดังกล่าวอาจจะทำให้ทั้งสองคนพิจารณาอีกสักหน่อย เหมียวโฮ่วก็พลันได้สติกลับมา เขาเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ไม่ได้ ข้ายังคงไม่เห็นด้วย” จากนั้นเขามองไปที่หลี่เต้าและกล่าวออกมาตามตรง “ความกรุณาของท่านผู้ว่าการ พวกเราตระกูลเหมียวสามารถรับไว้ได้ แต่การจะให้พวกเราตระกูลเหมียวเข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการโดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้เป็นไปไม่ได้”
เมื่อเห็นว่าเหมียวโฮ่วยืนยันหนักแน่นเช่นนั้น เหมียวหรงก็ได้แตมองไปที่เหมียวอี้ หลังจากเหมียวอี้เงียบไปครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยปากว่า “พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกว่าพี่รองพูดถูก ไม่จำเป็นต้องเอาทั้งตระกูลเหมียวมาเสี่ยงจริงๆ”
เมื่อเห็นท่าทีของทั้งสองคนเป็นเช่นนี้เหมียวหรงก็โกรธขึ้นมา ท้ายที่สุดแล้วการที่เขาตัดสินใจเช่นนี้ก็ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่น้อย ทั้งหมดล้วนเพื่อความดีของตระกูลเหมียว ดังนั้นเหมียวหรงจึงกล่าวว่า “สรุปแล้วพวกเราหมู่บ้านเมฆาได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการ พวกเจ้าทั้งสองคนควรพิจารณาให้ดี พี่ใหญ่ทำเพื่อพวกเจ้าจริงๆ”
“ไม่ต้องพิจารณาแล้ว!” เสียงของเหมียวหรงเพิ่งจะจบลง เหมียวโฮ่วก็ลุกขึ้นยืนทันที “หมู่บ้านเมฆาของพวกท่านจะเข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการก็เข้าร่วมกันไปเถอะ แต่หมู่บ้านสายลมของพวกเราไม่มีทางเข้าร่วมอย่างแน่นอน”
ทันใดนั้นเหมียวอี้ก็ลุกขึ้นยืนตามและพูดว่า “พี่ใหญ่ ครั้งนี้ข้าฟังพี่รอง หมู่บ้านสายฟ้