ช่นกัน ท้ายที่สุดรู้จักอายแล้วจึงกล้าหาญ
เมื่อมองดูบนเวทีสูงที่มีอู่สิงยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว อู่คุนก็มองไปยังเหมียวหรงแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า “ฮ่าๆ ผู้อาวุโสเหมียวหรง ดูเหมือนว่าการประลองกู่ครั้งนี้พวกเราเป็นฝ่ายชนะแล้ว กู่อายุขัยนี้ก็ตกเป็นของพวกเราแล้ว”
เหมียวจ้านสีหน้าไม่สู้ดี “อู่คุน เจ้าอย่าได้ใจให้มากนัก”
“ได้ใจหรือ?” อู่คุนยิ้มต่อไปพลางกล่าวว่า “ข้าชนะก็ต้องดีใจ หรือว่าแพ้แล้วจะให้ข้าดีใจอีกหรือ?”
“เจ้า…”
“พอเถอะ” เหมียวจ้านกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกเหมียวหรงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขัดจังหวะ “แพ้ก็คือแพ้ กลับไปพยายามฝึกฝนต่อไปจึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง”
“ยังคงเป็นท่านผู้อาวุโสที่มองการณ์ไกล แล้วรางวัลของพวกเราล่ะ?” อู่คุนยิ้มกล่าว
“จะมอบให้เจ้า แต่ว่าจะได้รับการยอมรับจากตัวอ่อนราชันกู่หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของศิษย์ใต้สังกัดเจ้าเอง” เหมียวหรงตอบ
“เรื่องนี้ไม่ต้องให้ท่านผู้เฒ่าเป็นกังวลแล้ว” อู่คุนเอ่ยตอบ
เหมียวหรงมองอู่คุนเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็เริ่มประสานมือทำท่ามุทราที่หน้าอก
พร้อมกับการประสานมือนั้น พลังงานแฝงเริ่มลอยขึ้นมาจากร่างของเหมียวหรง เมื่อท่ามุทราหยุดลง พลังงานนี้ก็พลันหดกลับเข้าไปทันที
แต่ในชั่วขณะถัดมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็ได้ปะทุขึ้นมาจากร่างของเหมียวหรง เมื่อพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้กวาดผ่านไป ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในที่นั้นก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นแต่สั