ปีติงเหอที่สิบเอ็ด ใต้หล้าร่มเย็น ประชาราษฎรล้วนคิดว่าความวุ่นวายในแผ่นดินผ่านพ้นไปแล้ว
ทว่าในท้องพระโรงกลับโหมกระหน่ำสายลมคาวโลหิต อันฉางกับหยางเจิงเปิดศึกทั้งลับและแจ้งในท้องพระโรง
เร็ววันก็ก่อเกิดเป็นสองขั้วอำนาจ ทำให้เมืองซุนเทียนเกิดคดีอุกฉกรรจ์ขึ้นบ่อยครั้ง
เมืองจิงเฉิงที่อยู่ห่างไกลจากเมืองซุนเทียนอย่างสุดแสนยังคงสงบสุข มีอารามมังกรผงาดตั้งอยู่ เมืองจิงเฉิงจึงยังเป็นแผ่นดินสุขาวดีเช่นเดิม
ไปฉีนอนคว่ำอยู่ใต้ต้นวิญญาณปฐพี อาปากหาวพลางเอ่ยว่า “นายท่านไม่ได้ออกมานานแล้ว หรือว่าจะใกล้บรรลุขั้นอีกแล้ว”
มูหลิงลั่วล่วงรู้เรื่องนี้แตนางมิได้พูดออกมา อย่างไรการบรรลุขั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เหลายอดฝีมือมากมายล้วนถูกลอบสังหารในช่วงเวลาบรรลุขั้น
แม้โลกนี้จะไม่มีผู้ใดทำร้ายเจียงฉางเซิงได้ แต่นางก็ไม่อาจประมาท
“อาจจะใช่ก็ได้ พวกเรายังบรรลุขั้นกันยาก แล้วมรรคาจารย์เล่าจะยิ่งเพียงใด”
เยี่ยสวินตี่ยักไหล่กล่าวขณะนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น มือทั้งสองโคจรกำลังภายใน เสื้อคลุมพลิ้วสะบัดเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่กำลังก่อตัว
เทพกระบี่กล่าวว่า “เจียงเจียน หลินเฮาเทียน และผิงอัน สามคนนั้นบรรลุขั้นเร็วมาก พวกเราต้องไม่ยอมแพ้”
มีมหาพิภพจิตจรอยู่ ไม่ว่าจะไกลเพียงใดพวกเขาก็สามารถติดต่อกันได้ พวกเขามักแลกเปลี่ยนกับเจียงเจียนและหลินเฮาเทียนเป็นประจำ
เจียงเทียนมิ่งขัดสมาธิลอยอยู่กลางอากาศ รอบกายอบอวลด้วยพลังที่มอ