งเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เขาหลับตาแต่ดวงตาแนวตั้งที่หว่างคิ้วกลับลืมขึ้น จ้องมองคนในลานเรือนแล้วกล่าวว่า
“พวกท่านจงเร่งเวลา อย่ารอจนข้าบรรลุขั้นถึงขั้นจอมราชันยุทธแล้วพวกท่านยังไปไม่ถึง”
“เล่าถึงตอนนั้นพวกท่านก็ไม่คู่ควรจะผจญภัยกับข้าแล้ว”
ไปฉีกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “อย่างไรข้าก็ไมอยากผจญภัยไปทั่วหล้าอยู่แล้ว”
ระหว่างที่พวกเขากำลังถกเถียงกันอยู่ เฉินหลี่ก็เดินเข้ามาในลานเรือน
เจ้าหมอนี่ถ้าวางเมื่อไรก็มักจะมาที่ลานเรือน พูดคุยเรื่องบ้านเมืองกับทุกคน ในสายตาเจียงฉางเซิงดูคล้ายคนที่ชอบดื่มเหล้าคุยโม้
“ท้องพระโรงกำลังจะวุ่นแล้ว!”
คำพูดของเฉินหลี่ดึงดูดสายตาของทุกคนในทันที
มูหลิงลั่วถามด้วยความประหลาดใจว่า “ตระกูลมูส่งจดหมายมาถึงข้า บอกว่าอันฉางกับหยางเจิงไม่มีใครเอาชนะกันได้ แล้วเหตุใดยังจะเกิดความวุ่นวายอีกเล่า”
แม้นางจะไม่ได้กลับตระกูลมูนานแล้ว แต่ประมุขตระกูลมูก็มักเขียนจดหมายถึงนางอยู่เสมอ
อย่างไรงนางคือสายสัมพันธ์ระหว่างตระกูลกับมรรคาจารย์ อีกทั้งพลังของนางก็โดดเด่นกว่าใครในตระกูลมูแล้ว ตระกูลมูจะปล่อยให้นางห่างเหินได้อย่างไร
เฉินหลี่นั่งลง รินสุรารสเลิศที่เขานำติดตัวมาใส่จอกแล้วกล่าวว่า
“หยางเจิงทนเล่นเล่ห์เพทุบายกับอันฉางไม่ไหวอีกแล้ว สามขุนศึกของตระกูลหยางเตรียมจะสังหารอันฉางและพรรคพวกแล้ว”
จืออู๋จวินเดินเข้ามานั่งลงตรงข้ามเขาแล้วถามว่า “ตระกูลหยางคิดจะกบฏหรือ”
คนอื่นๆ ก็เข้ามาร่วมวง