ด้วย เฉินหลี่ดื่มเหล้าไปหนึ่งจอก กล่าวว่า “พูดยากนัก”
“หากตระกูลหยางถืออำนาจล้นฟ้า หยางเจิงก็ย่อมควบคุมตระกูลหยางได้ยาก อย่างไรใจคนก็ยากหยั่งถึง”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ความวุ่นวายที่แท้จริงในใต้หล้ากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ยุคแห่งการแบ่งแยกอำนาจของเหล่าขุนศึกกำลังมาเยือน”
“เรื่องราวเช่นนี้ในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่แหละคือวัฏจักรมรรคาสวรรค์”
ไท่หัวที่อยู่ไม่ไกลนัก พอได้ยินก็เริ่มพึมพำคำว่า วัฏจักรมรรคาสวรรค์ ซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
เยี่ยสวินตี่ขยับคอแล้วกล่าวว่า “ฟังแล้วทำให้ข้าตั้งตารอเสียจริง นานแล้วที่ไม่ได้สู้กับใคร ไม่รู้ว่าสามขุนศึกตระกูลหยางจะสู้ข้าได้หรือไม่”
เฉินหลี่หัวเราะกล่าวว่า “สามขุนศึกตระกูลหยางมีพรสวรรค์โดดเด่น แถมยังได้รับทรัพยากรมากมาย แต่หากเทียบกับเจ้าแล้วพวกเขายังอ่อนเกินไป”
เขาแอบทอดถอนใจ อย่างไรมรรคาจารย์ก็เหนือกว่าอย่างยิ่ง เพียงแค่คนในลานเรือนแห่งนี้ก็สามารถกวาดล้างทั่วหล้าได้แล้ว
เมื่อมีมรรคาจารย์อยู่ สกุลเจียงก็จะไม่ล่มสลาย อย่างมากก็แค่สั่นคลอนชั่วครู่เท่านั้น
ทุกคนรู้ดีว่าเฉินหลี่มีเส้นสายอยู่ในราชสำนัก จึงพากันสอบถามเรื่องในท้องพระโรง เฉินหลี่เองก็ไม่ได้ปิดบัง เล่าให้ทุกคนฟังด้วยความเพลิดเพลิน
ท้องฟ้ามืดสลัว เมฆอัสนีแปรปรวนไปมา ยังมีอุกกาบาตจากนอกฟ้าทะลวงผ่านทะเลเมฆอยู่เรื่อยๆ
พวงเพลิงลุกโชนตกสู่ทะเลหินหลอมเหลวไร้