ที่ไร้ซึ่งจุดตันเถียน ไม่สามารถควบคุมพลังภายในร่างกายของตนเองได้
เหมียวเมี่ยวซินจับกู่สีม่วงด้วยสีหน้าสงบนิ่งแล้วค่อยๆ กล่าวว่า “กู่แห่งวิถีมาร สมควรถูกกำจัด”
ในชั่วขณะถัดมา ในฝ่ามือของนางพลันปรากฏกู่สีขาวใสดังหยกขึ้นอย่างไม่รู้ที่มา
เมื่อเทียบกับกู่ทั่วไปแล้วกู่ตัวนี้ของนางมีรูปลักษณ์ดีเยี่ยม ไม่มีความน่าเกลียดน่ากลัวแม้แต่น้อย กลับมีความงดงามในแบบที่แตกต่างออกไป
หลังจากกู่หยกขาวปรากฏตัว มันก็พ่นเส้นใยสีขาวออกมาจากปากทันที พันรัดกู่สีม่วงเอาไว้ ในชั่วพริบตาถัดมากู่สีม่วงก็หายไปในปากของกู่หยกขาว
“พรวด!”
ในขณะที่กู่สีม่วงตาย ร่างของอู่ไฉก็สั่นสะท้านราวกับถูกค้อนทุบ ตามมาด้วยเลือดสดที่พุ่งออกมาจากปาก สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเทาซีดในทันที
เมื่อเห็นภาพบนเวทีสูงเช่นนี้ ทุกคนก็เข้าใจว่าผลแพ้ชนะได้ถูกตัดสินแล้ว
เหมียวหรงมองไปที่อู่คุนแล้วกล่าวขึ้นทันที “รอบแรกพวกเจ้าแพ้แล้ว”
อู่คุนมองไปที่เหมียวเมี่ยวซินแล้วกล่าวเสียงต่ำว่า “สมแล้วที่เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์รุ่นนี้ของตระกูลเหมียว เลี้ยงดูตัวอ่อนราชันกู่ได้ไม่เลว”
จากนั้นเขาก็มองไปที่เหมียวหรงและกล่าวว่า “แม้ว่าพวกเราจะแพ้รอบแรก แต่ก็ยังมีอีกสองรอบไม่ใช่หรือ”
เหมียวจ้านก้าวออกมาเยาะเย้ยว่า “อู่คุน ข้าแนะนำให้เจ้ายอมแพ้เสียแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า ไม่เช่นนั้นหากสูญเสียคนอีกหนึ่งคน เจ้าก็จะขาดทุนใหญ่แล้ว”
อู่คุนสีหน้าสงบนิ่ง “วางใจเถิด ถึงข้าจะแพ้ ข้าก็แพ้