่ตัวเหมียวอวี่ เขาเคาะไม้เท้าในมือเบาๆ แล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า “ในเมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ให้สืบสวนดูเถิด”
“ตามที่เหมียวอวี่กล่าวไว้ ตระกูลเหมียวของพวกเราไม่อาจถูกดูหมิ่น แต่ก็ไม่ควรเป็นฝ่ายทำตัวเป็นคนเลวก่อน หากปัญหาเกิดจากฝ่ายตรงข้ามพวกเราค่อยจัดการก็ยังไม่สาย”
เมื่อประมุขตระกูลผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ เหมียวไหก็ได้แต่กลั้นความโกรธไว้ชั่วคราว
ไม่นานหลังจากนั้นประมุขตระกูลผู้เฒ่าก็จากไป คนที่เหลือก็เริ่มลุกขึ้น ในอดีตคนรุ่นหนุ่มสาวของสกุลรองที่สองและสกุลรองที่ห้าล้วนจะทักทายเหมียวอวีก่อน
แต่วันนี้เนื่องจากการแสดงออกของเหมียวอวี่ สกุลรองที่สองและสกุลรองที่ห้า รวมถึงผู้ที่สนิทสนมกับพวกเขาต่างแสดงท่าทีหลีกเลี่ยงเหมียวอวี่อย่างเห็นได้ชัด
บางคนเมื่อเดินผ่านยังอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเย็นชา เมื่อเห็นภาพนี้ในใจของเหมียวอวี่พลันปรากฏความรู้สึกซับซ้อนแต่ในขณะเดียวกันดวงตาก็มีแววสงสาร
“เสียดายหรือ?”
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่นั่งที่หกลุกขึ้นกล่าวช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงนั้นเหมียวอวี่จึงส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านอาเคยบอกว่าหากไม่ใช่คนที่เดินทางเดียวกัน สุดท้ายก็เดินร่วมกันไม่ได้ ไม่ได้เสียดายอะไร เพียงแค่รำลึกถึงเท่านั้น”
ชายวัยกลางคนเผยรอยยิ้ม “ดูเหมือนการออกไปครั้งนี้จะถูกต้องแล้ว สอนอยู่ที่บ้านก็ไม่เข้าใจ ไม่คิดว่าออกไปครั้งเดียวก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว”
ในตอนนั้นจู่ๆ เหมียวอวี่ก็พูดขึ้