นั้น มีเพียงส่วนน้อยที่ไม่ได้ปิดบังใบหน้า
ในใจของหลี่เต้าเข้าใจความคิดของคนเหล่านี้ในทันที
เมื่อหลี่เต้าเดินขึ้นไปนั่งบนที่นั่งหลักของศาลว่าการชั่วคราว ผู้คนที่กำลังซุบซิบกันก็พลันเงียบลง
เฉินโหยวเดินไปทางด้านซ้ายมือของหลี่เต้าอย่างเงียบ ๆ แล้วหยิบกระดาษเปล่าขึ้นมาเพื่อเตรียมจดบันทึก
อีกด้านหนึ่ง โจวเซิงยืนอยู่ด้านข้างเพื่อรับฟัง ทั้งสองด้านมีกองทัพฝูถูที่รับผิดชอบรักษาความสงบเรียบร้อย
“พาคนเข้ามา”
หลังจากหลี่เต้าออกคำสั่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ถูกกองทัพฝูถูปล่อยให้เข้ามา
เมื่อเห็นหลี่เต้า เด็กหนุ่มพลันมีสีหน้าตื่นเต้นประหม่า รีบประสานมือคำนับแล้วกล่าวอย่างติดอ่าง
“ผู้…ผู้น้อยคารวะท่านผู้ว่าการ”
หลี่เต้าพยักหน้าเล็กน้อย
“ไม่ต้องมากพิธี บอกมาเถิดว่าวันนี้เจ้ามาด้วยเรื่องอันใด”
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก แล้วตอบว่า
“ผู้น้อยต้องการฟ้องร้องคนบางกลุ่ม”
จากนั้น เด็กหนุ่มก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองให้ฟังอย่างละเอียด
หลังจากฟังจบ หลี่เต้าจึงถามว่า
“พวกมันปล้นเงินเจ้าไปเท่าใด?”
เด็กหนุ่มตอบว่า
“เรียนท่านผู้ว่าการ รวมทั้งหมดหกอีแปะขอรับ”
พรืด!
ในชั่วขณะถัดมา มีคนในฝูงชนที่อยู่นอกศาลชั่วคราวหลุดหัวเราะออกมา
เด็กหนุ่มได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าก็พลันแดงก่ำ เขาเข้าใจดีว่าสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เงินหกอีแปะไม่ได้มีค่าอะไรเลย แต่นั่นคือทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี
หลี่เต้าเงยหน้ามองออกไปข้างนอก แล้วกล่าวเสียงเรี