นชั่วขณะ แล้วจึงได้สติกลับมา
ในตอนนั้นเอง บรรพบุรุษตระกูลซุนที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยปากในที่สุด
“เจ้าได้ประมือกับซุนซิวและซุนเฉิงมาแล้ว แต่ยังคงใช้พลังนี้อีก เจ้าตั้งใจทำเช่นนี้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็รู้ว่าวิธีลัดนี้คงใช้ไม่ได้แล้ว จึงยิ้มบางกล่าวว่า
“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ทายาททั้งสองของเจ้าโง่เขลานัก คิดว่ายังมีเรื่องดี ๆ อย่างขนมหล่นจากฟ้าอีกหรือ”
ดวงตาของบรรพบุรุษตระกูลซุนวาบไปด้วยความโกรธ การลงมือของเขาโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิม
ในการประมือที่ตามมา หลี่เต้าเข้าใจแล้วว่าบรรพบุรุษตระกูลซุนสมกับเป็นบรรพบุรุษตระกูลซุนจริง ๆ
พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าบรรพบุรุษทั้งสองของตระกูลซุนก่อนหน้านี้มากนัก
จากการตัดสินพลังของซุนซิวและซุนเฉิงที่อยู่ในขั้นปลายของระดับปรมาจารย์ บรรพบุรุษตระกูลซุนที่อยู่ตรงหน้านี้ ต้องมีพลังอย่างน้อยถึงขั้นสูงสุดของระดับปรมาจารย์
แต่ขั้นปรมาจารย์ก็นับเป็นขีดจำกัดแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นขั้นมหาราชาปรมาจารย์
เขาก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยประมือกับขั้นมหาราชาปรมาจารย์ แม้ว่าตอนนั้นพระชราจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดก็ตาม
ณ จวนตระกูลซุน
ร่างสีเลือดสองร่างต่อสู้ปะทะกันไม่หยุด ทุกครั้งที่ปะทะกัน จะเกิดคลื่นพลังมหาศาลกระจายออกมา
จวนตระกูลซุนที่เดิมทีสมบูรณ์ก็เริ่มพังทลายลงเรื่อย ๆ จากคลื่นพลังที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซุนเต๋อโหวตอนนี้ไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว เขายืนอยู่ห่าง ๆ จ้องมองการต่อส