ามารถปล่อยลูกหลานตระกูลซุนที่ถูกเจ้าคุมขังไว้ออกมา และรับประกันว่าต่อไปจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลซุนของพวกเรา พวกเราก็จะไม่ลงมือต่อ”
ซุนซิวพูดต่อ หลี่เต้าย้อนถาม “ฆ่าคนอื่นแต่ไม่ฆ่าข้า? แล้วพวกเจ้าไม่กลัวหรือว่า หากไม่สังหารข้า วันรุ่งขึ้นข้าจะให้ราชสำนักส่งกองทัพมาปราบปรามพวกเจ้า”
ซุนซิวเผยรอยยิ้มอำมหิต “ท่านผู้ว่าการหลี่ดูอายุยังน้อย คงไม่รู้ถึงอันตรายที่แท้จริงของยุทธภพ”
“โดยเฉพาะกับดินแดนทางใต้ ที่นี่ตระกูลซุนของพวกเรามีวิธีนับร้อยที่จะทำให้เจ้าลืมเรื่องคืนนี้”
“อีกอย่างถึงแม้ว่าสุดท้ายเจ้าจะแจ้งราชสำนักได้สำเร็จ ให้ราชสำนักส่งทหารมา ตระกูลซุนของพวกเราก็แค่สละเมืองเทียนหนานหนีเข้าไปในป่าเขาหมื่นลี้ กองทัพของราชสำนักเจ้าคงไม่สามารถบุกเข้าป่าเขาหมื่นลี้ได้กระมัง”
“ถ้าเจ้าไม่อยากให้จวนผู้ว่าการของเจ้าต้องเสียเลือดเปล่า ก็ปล่อยคนมาเถอะ”
ปล่อยคน?
หลี่เต้าส่ายหน้า เงยหน้าขึ้นมองไปยังซุนซิวแล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า
“ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสตระกูลซุนผู้นี้มีวรยุทธ์ระดับใดกันแน่?”
“หือ?” ซุนซิวได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าคำถามนี้มีความหมายอะไร
แต่ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
“ช่างเถอะ ให้พวกเจ้าลงมือแย่งคนเลยดีกว่า ถ้าพวกเจ้าทำได้นะ”
ในชั่วขณะถัดมา ในใจซุนซิวพลันรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย
เมื่อเขาตั้งสติได้ ถึงพบว่าหลี่เต้าที่เมื่อครู่ยังอยู่นอกประตูใหญ่ของจวนผู้ว่าการ บั