ั้น ก็ไม่ต้องเรียกคุณหนูเถี่ยอย่างห่างเหิน เรียกข้าว่าซานเหนียงก็พอ”
“ถ้าเช่นนั้นซานเหนียงก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้ว่าการ เรียกชื่อข้าตรง ๆ ก็ได้”
“พี่ชายหลี่? ท่านคงไม่รังเกียจกระมัง”
“ตามสบาย”
ปี้โหยวเอ๋อร์เห็นทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน ก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมา
“แล้วข้าล่ะ ข้าล่ะ”
หลี่เต้าหัวเราะเบา ๆ มองดูสาวใช้ตัวน้อยที่ทำให้นึกถึงน้องสาว
“เจ้าไม่ได้เรียกข้าว่าคนชั่วตลอดหรอกหรือ”
“ตอนนี้คุณหนูเรียกท่านว่าพี่ชายแล้ว โหยวเอ๋อร์จะกล้าเรียกเช่นนั้นได้อย่างไร”
“เอาล่ะ เจ้าอยากเรียกข้าว่าอะไรก็เรียกเถิด ขอเพียงไม่น่าเกลียดเกินไปก็พอ”
“ถ้าเช่นนั้น ต่อไปนี้ข้าจะเรียกท่านว่าพี่ชายหลี่”
หลี่เต้าอมยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น
“ในเมื่อเราตกลงร่วมมือกันแล้ว ข้าอยากจะมอบของขวัญแรกพบให้เจ้าสักอย่าง”
“แต่อาจต้องรออีกสองสามวันถึงจะให้เจ้าได้”
เถี่ยซานเหนียงยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นซานเหนียงก็จะรอดูด้วยความตั้งใจ”
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เถี่ยซานเหนียงสูดหายใจลึกมองหลี่เต้าด้วยสีหน้าพ่ายแพ้
“พี่หลี่ ท่านรู้มากมายเหลือเกิน”
ไม่ว่านางจะยกหัวข้อการค้าใดมาคุย หลี่เต้าล้วนต่อบทสนทนาได้จนนางไปไม่เป็น
หลี่เต้ายิ้มเล็กน้อย
“เพียงรู้เล็กน้อยเท่านั้น”
เถี่ยซานเหนียงรู้สึกแปลกใจที่ตนเองเป็นฝ่ายเข้าหาบุรุษก่อนเช่นนี้
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นหนึ่งครั้ง การประมูลก็สิ้นสุดลง
หลี่เต้าลุกขึ้นกล่าวลา
“ซานเหนียง ถ้าเช่นนั้นข้าขอตั