เมื่ออีกฝ่ายยังคงรักษาท่าทีเรียบเฉยตั้งแต่เข้ามา ทำให้เขารู้สึกอัดอั้นตันใจยิ่งนัก
แต่ช่วยไม่ได้ ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาไม่กล้าทำอะไรจริงๆ ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ใช่คนโง่ และรู้ดีว่าหากลงมือกับผู้ว่าการซึ่ง ๆ หน้าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นไร
ผลลัพธ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่สกุลซุนสายที่สามอย่างพวกเขาจะแบกรับไหว
“ท่าน… พวกเราไว้ค่อยดูกัน!”
สุดท้ายซุนเซิ่งจึงได้แต่ทิ้งคำขู่ไว้ประโยคหนึ่ง แล้วพาคนของเขาหมุนตัวจากไป
เมื่อเดินผ่านประตู เขาก็เห็นองครักษ์สองคนที่ล้มอยู่บนพื้น ความโกรธพลันพลุ่งพล่าน จึงเหยียบคนพวกนั้นไปสองที
จากนั้นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสองครั้งก็ดังขึ้นมา พร้อมกับที่องครักษ์ทั้งสองคนลุกขึ้น
ทันทีที่เห็นซุนเซิ่ง พวกเขาก็ชี้ไปที่หลี่เต้าเพื่อพูดอะไรบางอย่าง ซุนเซิ่งตบหน้าทั้งสองคนไปคนละฉาด
“ไร้ประโยชน์จริงๆ รอดูว่าข้าจะจัดการพวกเจ้ายังไงเมื่อกลับไป”
พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องรับรองไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ทั้งสองคนจึงได้แต่หน้าจ๋อยเดินตามไป
สุดท้าย ในห้องรับรองอันกว้างใหญ่ก็เหลือเพียงสามคน
เถี่ยซานเหนียงหันมามองหลี่เต้า เอ่ยเสียงนุ่มนวล
“ซานเหนียงขอขอบคุณท่านผู้ว่าการที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ หากนับรวมครั้งก่อนด้วย ซานเหนียงเป็นหนี้บุญคุณคุณชายถึงสองครั้งแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยฐานะของเจ้าแล้ว เขาไม่กล้าลงมือทำอะไรจริงๆ ห