วำมมั่นใจพอ แต่กับผู้ว่าการท่านนี้ ข้าทำไม่ได้”
“ข้าเกรงว่าพลังที่แสดงออกมาได้คงไม่ถึงครึ่ง”
“เจ้าสังเกตเห็นอีกหนึ่งปัญหาหรือไม่”
เหมียวอวี่งุนงง
“เขายังมีปัญหาอะไรอีกหรือ?”
“ผู้ว่าการคนใหม่ท่านนี้พาสาวใช้มาเพียงคนเดียว”
“นั่นบ่งบอกว่าพลังของเขาเองก็อยู่ในขั้นปรมาจารย์เป็นอย่างน้อย”
เหมียวอวี่รีบเถียง
“เป็นไปไม่ได้ เขายังหนุ่มขนาดนั้น”
“เจ้าลืมพลังของผู้ฝึกตนหญิงไปแล้วหรือ”
ชายวัยกลางคนเตือนให้ยอมรับความจริงว่าอัจฉริยะมีอยู่ทั่วโลก
“สรุปคือ หลีกเลี่ยงท่านผู้ว่าการคนนี้ไว้ก่อน”
เหมียวอวี่ถามขึ้นทันที
“หากหลีกเลี่ยงไม่ได้เล่า หรือสุดท้ายก็ยังแก้ปัญหาเรื่องถูกพลังข่มไม่ได้”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็หาทางสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา”
เหมียวอวี่งงเป็นไก่ตาแตก
“อาเขย ตามที่คนในยุทธภพพูดกัน ไม่ใช่ว่ำควรจะกำจัดเขาหรอกหรือ?”
แปะ!
ฝ่ามือฟาดลงบนท้ายทอยของเหมียวอวี่จนเซไปข้างหน้า
ชายวัยกลางคนพูดเสียงเข้ม
“ข้าจำได้ว่าเคยเตือนเจ้าไปแล้ว อย่าไปคบกับพวกสกุลรองเหล่านั้น”
เขาถอนหายใจยาว
“ที่ข้าตีเจ้าก็เพื่อตัวเจ้าเอง”
“วันนี้เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจ ยุทธภพไม่ได้มีแต่การฆ่าฟันกัน”
“อย่าคิดจะฆ่าคนโดยง่าย โดยเฉพาะพวกเราที่เป็นปรมาจารย์กู่”
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ผู้ว่าการคนหนึ่งเป็นคนที่เจ้าจะจัดการได้ตามใจชอบ?”
“หากเจ้าสังหารผู้ว่าการลง เชื่อหรือไม่ว่าวันรุ่งขึ้นกองทัพจะมาถล่มเขตใต้ทันที”