ม่ค่อยสนใจสิ่งของเหล่านี้เท่าใดนัก
แต่จิ่วเอ๋อร์กลับอุ้มหยวนเป่าไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หลี่เต้าจิบชาพรางมองดูจิ่วเอ๋อร์ที่ตื่นเต้นทุกครั้งที่มีการเสนอราคา
เขาส่ายหน้าพูดยิ้ม ๆ ว่า
“จิ่วเอ๋อร์ หากเจ้าอยากได้สิ่งใดก็เสนอราคาไปได้เลย”
“ไม่จำเป็นต้องยืนดูอยู่ข้าง ๆ เช่นนี้เท่านั้น”
จิ่วเอ๋อร์หันหลังกลับมาส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
“คุณชาย จิ่วเอ๋อร์ไม่มีอะไรที่อยากได้หรอก”
“เพียงแต่รู้สึกว่าคนพวกนี้ช่างร่ำรวยเหลือเกิน”
“ถ้าหากว่าตอนนั้นคุณชายไม่ได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย”
“พวกเราก็คงจะมีฐานะไม่ต่างกันกับพวกเขาสินะ”
“อะแฮ่ม”
หลี่เต้ากระแอมเบา ๆ เมื่อประวัติดำมืดถูกขุดคุ้ยขึ้นมา
“จิ่วเอ๋อร์ คุณชายของเจ้าตอนนี้ก็ไม่ได้ยากจนนะ”
สมัยอยู่ด่านฟู่เฟิงเขาอาจจะยากจนจริง ๆ
แต่หลังจากยึดครองสามเผ่าและได้รับรางวัลจากฮ่องเต้
ตอนนี้เขามีทรัพย์สินมากมายมหาศาล
จิ่วเอ๋อร์ก็ยังส่ายหน้าอีก
“ไม่จนก็ยิ่งต้องประหยัด”
“เผื่อวันไหนคุณชายอยากจะใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายอีกล่ะ”
หลี่เต้ายิ้มขื่น ความทรงจำในอดีตของจิ่วเอ๋อร์ช่างฝังรากลึกนัก
ระหว่างที่ทั้งคู่สนทนากัน ของชิ้นใหม่ก็ถูกนำขึ้นมา
มันคือรถเข็นล้อไม้ที่มีก้อนหินสีดำก้อนหนึ่ง
แต่ก้อนหินก้อนนี้กลับต้องใช้ชายร่างกำยำหลายคนร่วมแรงกันลาก
เถี่ยซานเอ่ยปากแนะนำ
“ดังที่ทุกท่านเห็น นี่คือก้อนหิน”
“แต่ต่างจากหินธรรมดาตรงที่มันเป็นอุกกาบาตจากนอกโลก”
“อุกกาบาตนี้แม้จะดูไม่ให