าพลางยิ้มขมขื่น “ข้าไม่ได้แกล้งโง่”
“ไม่ได้แกล้งโง่? แล้วก่อนหน้านี้เป็นอะไร?”
เมื่อได้ยินคำถาม โจวเซิงก็ตอบว่า “พวกท่านมาถึงแดนใต้แล้ว คงรู้จักสินค้าขึ้นชื่อของแดนใต้กระมัง”
“หมายถึงปรมาจารย์กู่หรือ? อย่าบอกนะว่า…”
“อืม ท่านเดาถูกแล้ว ข้าไม่ได้เป็นคนโง่ แค่ถูกกู่เข้าสิงเท่านั้น” พูดจบ โจวเซิงก็ชี้ที่ศีรษะของตัวเองแล้วพูดต่อว่า “กู่ตัวนั้นอยู่ตรงนี้ ก่อนหน้านี้เพื่อกดข่มกู่เอาไว้ จิตใจของข้าส่วนใหญ่จึงจดจ่ออยู่ในการต่อสู้กับมัน ด้วยเหตุนี้ ร่างกายจึงถูกควบคุมด้วยสัญชาตญาณเท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสวียปิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถามขึ้นว่า “แล้วเหตุใดท่านจึงดื่มสุราไม่หยุด?”
“หลังจากถูกกู่เข้าสิง สมองของข้าก็มีความรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มแทงตลอดเวลา การดื่มสุราอาจเป็นสัญชาตญาณที่ต้องการทำให้ความเจ็บปวดนั้นชาหายไปก็ได้” โจวเซิงตอบ
“ตอนนี้ท่านมีสติแล้ว แล้วกู่ในสมองของท่านล่ะ?”
หลังจากได้ยินคำพูดของเสวียปิง โจวเซิงก็แสดงสีหน้าประหลาดออกมา เหลียวไปมองหลี่เต้าแล้วพูดว่า “ภายใต้แรงกระตุ้นจากวิกฤตชีวิตและความตาย จิตสำนึกของข้าพลันกลับคืนมาโดยไม่รู้ตัว ในสถานการณ์ปกติ เมื่อจิตสำนึกกลับคืนมา กู่ในสมองจะฉวยโอกาสกัดกร่อนสมองของข้า แต่ว่าเมื่อตอนที่ข้าตื่นขึ้นมาและได้ใช้ปราณแท้ตรวจสอบดู ก็พบว่ากู่นั้นตายไปอย่างกะทันหัน”
“ตายแล้วหรือ? ตายได้อย่างไร?” เสวียปิงถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ถูกพลังภายนอกสั