เมืองเฟิงโจวอีกรอบ ไปเร็วก็จะได้กลับเร็ว”
หลังจากนั้น หลี่เต้าและเสิ่นจงทั้งสองคนก็ส่งจ้าวอี้และคณะไปจนถึงด้านนอกจวนแม่ทัพใหญ่
ก่อนขึ้นม้า จ้าวอี้หันกลับมามองหลี่เต้าแล้วเอ่ยว่า “ท่านอู่อันป๋อ ทางใต้มีเส้นทางมากมาย หวังว่าท่านจะระมัดระวังให้มาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลี่เต้าพลันมีประกายวาบ เขาพยักหน้าตอบว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
“ส่งถึงแค่นี้ก็พอ ข้าขอลาทั้งสองท่าน!”
พูดจบ จ้าวอี้ก็นำคณะของเขาขึ้นม้าจากไป
…
ไม่นานหลังจากนั้น เสิ่นจงและหลี่เต้าก็กลับเข้าไปในจวนแม่ทัพใหญ่อีกครั้ง
หลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ เสิ่นจงก็มองไปยังหลี่เต้าที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเอ่ยปากอย่างอดไม่ได้ “หลี่เต้า คราวนี้ถือว่าเจ้าได้รุ่งโรจน์แล้ว”
“บรรดาศักดิ์ชั้นหนึ่ง อู่อันป๋อ ผู้ว่าการแคว้นใต้ นี่นับได้ว่าเจ้าก้าวกระโดดขึ้นสวรรค์ในก้าวเดียวเลยทีเดียว”
“ดูเหมือนท่านหยางจะทุ่มเทความพยายามไม่น้อยเพื่อเจ้าที่ราชสำนัก” หลังจากพูดจบ เสิ่นจงถึงได้สังเกตเห็นว่าหลี่เต้าดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?”
หลี่เต้าค่อย ๆ กล่าวว่า “ข้ากำลังคิดว่าแดนใต้เป็นสถานที่เช่นไรกันแน่ ถึงทำให้ราชสำนักมอบตำแหน่งผู้ว่าการที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ให้ข้า”
ตั้งแต่แรกเขาก็รู้สึกแปลกใจมาก โดยเฉพาะหลังจากได้ยินประโยคสุดท้ายที่จ้าวอี้พูดกับเขา ยิ่งรู้สึกแปลกมากขึ้น
“แดนใต้หรือ?” เสิ่นจงนึกทบทวนสักครู่แล้วเอ่ยปาก “ข้าเป็นทหารอยู่ทาง