่าการ ข้างกายจะต้องมียอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ติดตามอย่างใกล้ชิด และยังมีองครักษ์ระดับเซียนเทียนอีกมากมาย แต่กระนั้นก็ยังปลอดภัยไม่พอ”
พอนึกถึงเนื้อหาในจดหมาย หลี่เต้าก็เอ่ยว่า “หากแดนใต้เป็นอย่างที่ท่านหยางเขียนไว้ในจดหมาย ก็คงไม่พอจริง ๆ”
“ในจดหมายบอกว่า ในเทือกเขาใหญ่หมื่นลี้ของแดนใต้มีอันตรายมากมาย ทั้งชนเผ่าพิษในชายแดน สำนักนอกรีต กองทัพกบฏ และสิ่งอื่น ๆ อีกสารพัด แค่หยิบเรื่องใดเรื่องหนึ่งออกมาก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว”
“และการที่จะรับตำแหน่งผู้ว่าการในที่แห่งนี้ นั่นหมายความว่าต้องเผชิญหน้ากับคนพวกนี้”
เสิ่นจงนึกถึงเนื้อหาที่เขียนไว้ตอนท้ายของจดหมายจึงกล่าวต่อ “ข้านึกว่าตำแหน่งผู้ว่าการนี้เป็นท่านหยางขอมาให้เจ้า ที่แท้กลับเป็นคนจากจวนอัครเสนาบดีที่จงใจจัดการให้เจ้า”
“ดูเหมือนว่าเพราะเจ้าสนิทกับท่านหยาง พวกเขาจึงถือว่าเจ้าเป็นศัตรูด้วย เลยจัดฉากนี้เพื่อเล่นงานเจ้า”
“ฝ่าบาทให้เวลาเจ้าสามปี หากเป็นการปกครองพื้นที่ปกติคงไม่ยาก แต่ในแดนใต้ที่เป็นดินแดนผีสิงนั่น…”
พอคิดมาถึงตรงนี้ เสิ่นจงก็ตบโต๊ะลุกขึ้นกล่าวทันใด “ไม่ได้ ไม่่อาจปล่อยให้พวกนั้นสมหวัง ข้าจะเขียนฎีกาถวายฝ่าบาท ให้พระองค์จัดตำแหน่งใหม่ให้เจ้า แม้แต่จะยกตำแหน่งของข้าให้เจ้าก็ได้ ให้พวกเขาเลือกผู้ว่าการแดนใต้คนใหม่เถิด”
พูดจบ เขาก็ทำท่าจะลุกไปเขียนฎีกา แต่ทันใดนั้นก็ถูกหลี่เต้ายื่นมือกดไหล่ไว้
“แม่ทัพเสิ่น ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของท่า