ูดให้ถูกก็คือ ทั้งพวกเราและเขาต่างก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น”
องค์หญิงหมิงเยว่กัดริมฝีปากพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอายปนโกรธ
“มีแค่เจ้ากับเขา ไม่มีข้า”
แล้วยังมาพูดว่าเกิดความคิดชั่วร้ายอีก ตอนนั้นนางกำลังเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิด ยังไม่ทันได้สวมใส่อาภรณ์ก็เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นเสียแล้ว
ด้วยโฉมงามของนาง แค่เพียงเผยใบหน้าออกมาก็ยังดึงดูดสายตาที่คิดไม่ดีมากมาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพของนางในตอนนั้น เมื่อเผชิญกับการโต้แย้งขององค์หญิงหมิงเยว่ จีหมิงเยว่ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าว่า
“ข้าก็คือเจ้านั่นแหละ”
หากเพิ่งรู้จักจีหมิงเยว่ องค์หญิงหมิงเยว่คงจะโกรธการกระทำของจีหมิงเยว่อย่างมาก อาจถึงขั้นถือว่านางเป็นศัตรู
แต่ด้วยความสนิทสนมของทั้งสองในปัจจุบัน นางไม่สามารถเกลียดอีกฝ่ายได้ลงจริง ๆ อีกทั้งจีหมิงเยว่ก็ได้บอกไว้แล้วว่า หากไม่มีการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขา นางอาจจะต้องสูญสลายไปแล้ว
เรื่องนี้ทำให้องค์หญิงหมิงเยว่ยิ่งไม่อาจตำหนิจีหมิงเยว่ได้ เพราะเพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นสัญชาตญาณของอีกฝ่ายในยามที่ยังไม่มีสติปัญญาอีกด้วย
ในตอนนั้นเอง จีหมิงเยว่พลันกล่าวขึ้นว่า
“ที่จริงแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดต่อเขามากขนาดนั้น ตรงกันข้าม หากเขายังมีชีวิตอยู่ก็ควรขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำ”
“หืม?”
จีหมิงเยว่อธิบาย
“เพราะว่า แม้ตอนนั้นเขาจะไม