ินก็คุกเข่าลงอีกครั้ง ประคองห่อของขึ้นมากล่าวว่า
“ตามพระบัญชาของฝ่าบาท ข้าและคณะได้ปราบปรามชนเผ่าเป่ยหมาน เผ่าถ่ามู่ เผ่าลั่วอวิ๋น และเผ่าเลี่ยหั่วทั้งสามเผ่าสำเร็จแล้ว จึงขอถวายตราประจำเผ่าทั้งสามแด่ฝ่าบาท”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้ก็หันไปกล่าวว่า “จ้าวจง!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
จ้าวจงที่อยู่ด้านข้างยกมือขึ้น ห่อของในมือของหยางหลินก็ลอยขึ้นมาตกลงในมือของเขา หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว จ้าวจงจึงส่งห่อของให้กับฮ่องเต้ ฮ่องเต้เปิดดูแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยออกมาทันที
“ดี!”
แม้ว่าเขาจะรู้ผลของสงครามผ่านทางมังกรทองแห่งชะตาคร่าว ๆ แล้ว แต่เมื่อได้เห็นตราประจำเผ่าทั้งสามด้วยตาตนเอง ฮ่องเต้ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ที่จริงแล้ว การพิชิตสามเผ่านี้ ถือเป็นผลงานชิ้นหนึ่งสำหรับฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์อย่างเขา เมื่อมาถึงตำแหน่งเช่นนี้ สิ่งที่เขาแสวงหาก็มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้น
หลังจากส่งห่อของในมือคืนให้กับจ้าวจง ฮ่องเต้ก็มองไปที่หยางหลินแล้วกล่าวว่า “ท่านไท่ผิง การปรึกษาหารือ ณ ที่นี้ไม่สะดวก ขอเชิญเข้าท้องพระโรงก่อนเถิด จ้าวจง! จัดคนช่วยท่านไท่ผิงถอดเกราะด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
…
ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อหยางหลินเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาก็เข้ามาในพระที่นั่งไท่เหอ
ขณะนี้ ฮ่องเต้กลับมานั่งบนบัลลังก์มังกรของตนอีกครั้ง ขุนนางทั้งหลายต่างยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมของตัวเอง ส่วนหยางหลิน ในฐานะตัวเอกของการประชุมราชสำ