าอย่าคิดมากเลย” หยางหลินกล่าว
“แต่เขา…”
“เขาเป็นอย่างไร? หากไม่พอใจ เจ้าก็ไปหาขั้นมหาราชาปรมาจารย์สักคนมาลองปะทะดู แล้วดูว่าจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่”
“…”
พูดเล่นอะไรกัน ตอนนี้วรยุทธ์ของเขายังไม่ฟื้นคืนมา แม้แต่ระดับปรมาจารย์ยังรับมือไม่ได้ แล้วจะไปรับมือกับขั้นมหาราชาปรมาจารย์ได้อย่างไร
หากต้องเผชิญหน้ากับขั้นมหาราชาปรมาจารย์จริง ๆ คาดว่าอีกฝ่ายเพียงแค่เป่าลมหายใจเบา ๆ ก็สามารถส่งเขาไปตายได้แล้ว
หยางหลินพูดต่อ “พอเถอะ เรื่องนี้ตกลงแบบนี้แล้วกัน เจ้าอย่าคิดหนีเลย ปล่อยให้เจ้าสบายมานานแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าต้องยุ่งบ้าง”
เมื่อเห็นว่าพูดกับหยางหลินไม่เข้าหู เสิ่นจงจึงได้แต่หันไปมองหลี่เต้าที่อยู่ข้าง ๆ
สำหรับเรื่องนี้ หลี่เต้าได้แต่ยักไหล่ แสดงท่าทางว่าช่วยไม่ได้ แน่นอน ตอนนี้คนที่มีตาดูก็รู้กันทั้งนั้นว่านี่เป็นการจัดการอย่างจงใจของหยางหลิน
อีกอย่าง เรื่องที่สามารถเกียจคร้านได้ หลี่เต้าจะไปหาเรื่องใส่ตัวเองทำไม
“แม่ทัพเสิ่น”
เมื่อเห็นว่าเรื่องได้ตัดสินไปแล้ว เฉินโหยวที่อยู่ข้าง ๆ ก็เตือนอย่างเหมาะสม ในที่สุดเสิ่นจงก็ได้แต่จำใจยอมรับความจริง แล้วไปจัดการงานราชการ
หลังจากเสิ่นจงจากไป ในห้องโถงใหญ่ก็เหลือเพียงหยางหลินกับหลี่เต้าสองคน
ทันใดนั้นหยางหลินพลันเอ่ยปากขึ้นมา “เจ้าหนูหลี่ ข้าปฏิบัติกับเจ้าไม่เลวนะ จะลดให้สักหน่อยไหม”
หลี่เต้าขมวดคิ้ว “ท่านหยาง ท่านคงไม่ใช่ให้ไม่ไหวกระมัง? ถ้าท่านให้ไ