ม่ไหวจริง ๆ ก็ช่างเถอะ ถือว่าไม่ได้พนันกัน”
“ให้ไม่ไหวอะไรกัน!” หยางหลินพูดด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน “ข้าผู้เป็นไท่ผิงกงอันทรงเกียรติ จะให้ชุดเกราะหนักเพียงเล็กน้อยไม่ไหวได้อย่างไร”
“งั้นความหมายของท่านเมื่อครู่คือ…”
“แค่ล้อเล่นเท่านั้น แค่ชุดเกราะหนักหนึ่งพันสี่ร้อยชุดเท่านั้น รอข้ากลับไปจะให้เจ้าทันที”
“ได้ งั้นก็ตกลงตามนี้” หลี่เต้าลุกขึ้นกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านก็พักฟื้นที่นี่ต่อไปเถิด ข้ามีธุระต้องออกไปสักครู่”
ไม่นาน ในห้องโถงใหญ่ก็เหลือเพียงหยางหลินคนเดียว
จนกระทั่งเงาร่างของหลี่เต้าหายลับไปจากสายตา หยางหลินจึงได้สติกลับคืนมา หยางหลินตบลงบนต้นขาของตัวเองอย่างแรง ปากก็พึมพำว่า “หยางหลินเอ๊ย หยางหลิน เจ้าทำไมถึงเสียหน้าไม่ได้เลยนะ ชุดเกราะหนักหนึ่งพันสี่ร้อยชุด คราวนี้ต้องควักเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดออกมาจริง ๆ แล้ว”
…
หลังจากออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ หลี่เต้ารีบมายังที่พักของจิ่วเอ๋อร์ทันที
เพิ่งเดินเข้าลานบ้าน ก็เห็นหลิวซิ่วเอ๋อร์และเหล่าทหารหญิงล้อมจิ่วเอ๋อร์ไว้ตรงกลาง แต่ละคนพูดคุยถึงเรื่องราวที่พวกนางเผชิญมาก่อนหน้านี้
ในฐานะคนที่เพิ่งกลับมาจากสนามรบเป็นครั้งแรก พวกนางมีเรื่องให้พูดไม่รู้จบ
เมื่อได้ยินว่าหลี่เต้านำคนบุกเข้าวังหลวง จิ่วเอ๋อร์ก็แสดงสีหน้าท่าทางหลากหลายอย่างเข้ากับเรื่องราว ทำให้เหล่าทหารหญิงพอใจในการแบ่งปันเรื่องราวมาก
“คุณชาย!”
หลี่เต้าเดินเข้ามาในลานบ้าน จิ่วเอ๋อร์สั