นเผ่าเลี่ยหั่วก็เหลือทางเลือกเพียงสองทาง
หนึ่งคือ ต่อสู้อย่างสุดกำลัง แล้วยอมตายอย่างห้าวหาญ
อีกทางเลือกหนึ่งคือ ก้มหัวคุกเข่า เลือกที่จะยอมจำนน
หากว่าเผ่าเลี่ยหั่วกำลังเผชิญหน้ากับหยางหลิน การยอมจำนนอาจจะได้ผล
เมื่อต้องเทียบกับซากศพแล้ว คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ย่อมมีคุณค่ามากกว่าในสายตาของหยางหลิน
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับหลี่เต้า
คนที่มองคนตายมีค่ามากกว่าคนเป็น
นี่จึงเป็นการกำหนดไว้แล้วว่า ในตอนนี้การยอมจำนนไม่มีคุณค่าเลยแม้แต่น้อย
สำหรับผู้คนของเผ่าเลี่ยหั่วทุกคน หลี่เต้ามีคำสั่งเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ…
ฆ่า!
สามชั่วยามต่อมา
ภายในเผ่าเลี่ยหั่วเลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ
เพราะไม่เพียงมีแต่กองทัพฝูถูเท่านั้น ยังมีกองทัพหลายหมื่นนายที่นำโดยหยางหลินอีกด้วย
ดังนั้น เพียงแค่ผ่านไปสามชั่วยาม ภายในราชสำนักของเผ่าเลี่ยหั่วก็ถูกกวาดล้างจนเกือบหมดสิ้นแล้ว เหลือไว้เพียงซากศพที่เกลื่อนกลาดบนพื้น
ณ ลานโล่งแห่งหนึ่ง
เหล่าทหารมากมายมารวมตัวกัน ตรงกลางของพวกเขาคือกลุ่มคนที่แต่งกายแตกต่างจากทหารธรรมดาของเผ่าเลี่ยหั่ว
ทันใดนั้น ฝูงชนก็เปิดทางให้ มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา
เมื่อเห็นผู้มาเยือนชัดเจน ทุกคนต่างทักทายพร้อมกันว่า “ท่านรองแม่ทัพ!”
“อืม”
เมื่อมาถึงกลางวงล้อม หลี่เต้าก็พินิจมองกลุ่มคนตรงกลาง
ทันใดนั้นก็มีคนออกมาอธิบายว่า “ท่านรองแม่ทัพ คนพวกนี้คือราชาเผ่าเลี่ยหั่วและขุนนางบางคนจากภา