ยในเผ่า”
หลี่เต้ากวาดตามองแวบหนึ่ง แล้วพูดโดยไม่ลังเล “ยกเว้นราชาเผ่าเลี่ยหั่ว ที่เหลือฆ่าให้หมด”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พวกแม่ทัพใต้บังคับบัญชาของหยางหลินต่างตกตะลึง
แต่จางเมิ่งและคนอื่น ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก ในใจพวกเขาคำสั่งของหลี่เต้าสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาจึงชักดาบออกมาทันที
ฝั่งของราชาเผ่าเลี่ยหั่ว เมื่อพวกขุนนางได้ยินว่าจะต้องตาย แต่ละคนต่างแสดงความหวาดกลัวออกมา ทว่าราชาเผ่าเลี่ยหั่วกลับมองไปที่หลี่เต้าด้วยความโกรธและตะโกนว่า
“อย่าฆ่าแต่พวกเขา ถ้ามีความสามารถก็ฆ่าข้าด้วย!”
เมื่อเทียบกับราชาเผ่าลั่วอวิ๋นที่ปรารถนาจะมีชีวิตรอด นิสัยของราชาเผ่าเลี่ยหั่วก็เหมือนกับชื่อของเผ่าพวกเขา คือร้อนแรงกว่าเล็กน้อย
หลี่เต้าส่ายหน้า “เจ้าไม่เหมือนกัน คุณค่าของเจ้าสูงกว่าเล็กน้อย ฆ่าไปก็น่าเสียดาย”
“เจ้า…”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของราชาเผ่าเลี่ยหั่วมองไปที่หลี่เต้า
เขาไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่ตนเองถูกดูหมิ่นเช่นนี้
เมื่อเห็นพวกจางเมิ่งชักดาบออกมาแล้ว หลี่เต้าก็โบกมือ “ลงมือเถอะ!”
“ขอรับ!”
เมื่อได้ยินคำสั่ง จางเมิ่งและคนอื่น ๆ ก็ลากตัวเหล่าขุนนางเผ่าเลี่ยหั่วที่อ่อนระทวยออกมา จากนั้นก็ยกดาบขึ้นพร้อมจะลงมือ
แต่ในขณะนั้นเอง เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้น
เกิดลมกรรโชกขึ้นอย่างฉับพลันในหุบเขา ทำให้อาภรณ์ของทุกคนส่งเสียงดังสะบัด หลายคนถึงกับลืมตาไม่ขึ้น ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวยังพลันมืดลงอย่างน่าปร