คนนั้นแข็งแกร่ง อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการตีเหล็ก อาศัยอาวุธที่ตีขึ้นเองและด่านหินสีแดงนี้ ทำให้ฝ่ายต้าเฉียนยากที่จะบุกทะลวงเข้าไปได้
ส่วนประการที่สองคือ เมื่อไม่นานมานี้ ยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ในเผ่าเลี่ยหั่วได้ทะลวงขีดจำกัด ยกระดับวรยุทธ์ของตนขึ้นเป็นขั้นปรมาจารย์ระดับกลาง
แม้ว่าเผ่าเลี่ยหั่วจะมีผู้แข็งแกร่งขั้นปรมาจารย์ระดับกลางอยู่หนึ่งคน ก็ไม่นับว่าเป็นภัยคุกคามแต่อย่างใด เพราะว่าวรยุทธ์ของหยางหลินนั้นอยู่ในขั้นปรมาจารย์ระดับปลายแล้ว
แต่ว่า…
โครม!
เสียงกึกก้องที่ดังขึ้นกะทันหันดึงดูดความสนใจของทุกคนในสนามรบ เห็นเพียงร่างสองร่างกำลังเข้าปะทะต่อสู้กันไม่หยุดที่กลางอากาศสูงจากพื้นหลายสิบจั้ง
ทุกครั้งที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันจะก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น ถึงขั้นทำให้หุบเขาแห่งนี้สั่นสะเทือน สองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น คือยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์แห่งเผ่าเลี่ยหั่วกับหยางหลินนั่นเอง
เมื่อเผชิญหน้ากับหยางหลินผู้อยู่ในขั้นปรมาจารย์ระดับปลาย ยอดฝีมือแห่งเผ่าเลี่ยหั่วที่เพิ่งบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์ระดับกลางก็เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งปะทะกันมากครั้งเท่าไร สถานการณ์ก็ยิ่งย่ำแย่ลงเท่านั้น
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะได้ข้อสรุปแพ้ชนะ
ฉิว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงนั้น หยางหลินขมวดคิ้วแน่น ในดวงตาฉายแววความรำคาญอย่างชัดเจน
จากนั้นเขาก็ล้มเลิกการโจมตีที่จะตัดสินแพ้ชนะ แล้วหลบไปด้านข้างทันที ในชั่วขณะถัดมา เง