เจ้าอยากจะพูดอะไร?”
เฉินโหยวที่อยู่ด้านข้างมองหยางเหยียนเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางล้วงสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากอก เขาพลิกดูสองสามหน้าแล้วหยุด จากนั้นก็หยิบพู่กันที่ไม่รู้ว่าหยิบมาจากที่ใดขึ้นมา ทำท่าเขียนอะไรบางอย่าง
เมื่อเห็นการกระทำของเฉินโหยว หยางเหยียนก็มีสีหน้าดำทะมึน แต่เมื่อเอ่ยปากไปแล้วก็ต้องพูดต่อ เขาจึงกล่าวว่า
“ท่านรองแม่ทัพ ข้าเพียงแค่อยากถามว่าท่านจะไปทำอะไรต่อขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าจึงพินิจมองหยางเหยียนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า
“ต่อจากนี้ข้าจะนำกำลังไปสนับสนุนแม่ทัพหยาง”
…
สองวันต่อมา หุบเขาใหญ่แห่งหนึ่งในดินแดนเผ่าเลี่ยหั่ว ที่นั่นกำลังเกิดการสู้รบครั้งใหญ่
ฝ่ายหนึ่งคือราชสำนักเผ่าเลี่ยหั่ว อีกฝ่ายคือกองทัพที่นำโดยหยางหลิน ตรงกลางหุบเขามีด่านที่สร้างจากหินยักษ์สีแดงมากมายตั้งตระหง่านอยู่
ในฐานะฝ่ายป้องกัน ผู้คนจากราชสำนักเผ่าเลี่ยหั่วอาศัยด่านที่สร้างจากหินยักษ์สีแดงนี้ต้านทานศัตรู ส่วนเป้าหมายของฝ่ายต้าเฉียนคือการทำลายด่านนี้
อย่างไรก็ตาม พวกเขามาถึงที่นี่ตั้งแต่สองวันก่อน ทว่าเวลาผ่านไปสองวันแล้ว พวกเขากลับยังไม่สามารถบุกเข้าด่านได้เลย สูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้มีสองประการ
ประการแรกคือ เผ่าเลี่ยหั่วนั้นแตกต่างจากเผ่าถ่ามู่และเผ่าลั่วอวิ๋น แม้ว่าผู้คนของเผ่าเลี่ยหั่วจะมีกำลังพลไม่เท่าสองเผ่านั้น แต่พละกำลังของแต่ละ