ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็ใช้วิธีเดิมรับมือกับการโจมตีครั้งนี้ พร้อมกับเอ่ยว่า
“ไร้ประโยชน์”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลี่เต้าก็ดูเหมือนจะค้นพบบางสิ่ง รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นมา
จากนั้น การโจมตีต่อเนื่องก็พุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ย
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันดุดันและรุนแรงของหลี่เต้า ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยรู้ดีว่าไม่อาจต้านรับด้วยกำลังได้ จึงได้แต่เดินพลังวิเศษและพลังสภาวะต่อไปเพื่อป้องกันตัว
ผลก็คือ หลังจากรับมือไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยที่แต่เดิมมั่นใจในชัยชนะ สุดท้ายจิตใจก็เริ่มปั่นป่วน
เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคู่ต่อสู้จะใช้พลังสภาวะอย่างไม่ยั้งมือเช่นนี้
เขาคิดว่าในฐานะฝ่ายป้องกัน หากประลองด้วยการประลองพลัง เขาย่อมเอาชนะอีกฝ่ายได้โดยง่าย จากนั้นค่อยโต้กลับในภายหลัง
แต่ในยามนี้กลับกลายเป็นว่า การโจมตีของอีกฝ่ายยังคงอยู่ในสภาวะที่ทำให้เขาต้องป้องกันตัวอยู่ตลอด ไม่มีโอกาสโต้กลับเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน ตัวเขาเองก็ต้องรักษาระดับพลังวิเศษและพลังสภาวะจิตเพื่อปกป้องตนเองอย่างต่อเนื่อง จนบัดนี้พลังในร่างถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว
หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าไม่ช้าก็เร็ว การป้องกันของเขาต้องถูกอีกฝ่ายทำลายลงแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น ปรมาจารย์อวิ๋นสุ่ยก็เข้าใจว่าตนเองไม่อาจนั่งรอความตายได้อีกต่อไป จำต้องเลือกโจมตีก่อน
เสียงดังสนั่น
ในที่สุด ภายใต้การโจมตีของหลี่เต้า เกราะสีฟ้าอ่อนนั้