ย่าให้ข้าตีเอาเผ่าเลี่ยหั่วได้แล้ว แต่เจ้ายังหาราชสำนักของเผ่าลั่วอวิ๋นไม่เจอล่ะ”
หยางหลินถึงกับคิดในใจว่า หลังจากที่ตีเอาเผ่าเลี่ยหั่วได้แล้ว เขาจะไปที่เผ่าลั่วอวิ๋น ถึงตอนนั้น จะเกิดภาพที่เขากับหลี่เต้าร่วมกันค้นหาเผ่าลั่วอวิ๋นหรือไม่
หากเป็นเช่นนั้นจริง คงจะน่าสนใจไม่น้อย พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกใจร้อนขึ้นมาแล้ว
…
ในเวลาเดียวกัน ณ เชิงเขาแห่งหนึ่งในเผ่าลั่วอวิ๋น
เมืองหนึ่งถูกสร้างขึ้นพิงภูเขา ตั้งอยู่บนไหล่เขา ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สูงตระหง่าน มีหมอกสีขาวลอยล่องอยู่ทั่วบริเวณ
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่อื่นใด แต่เป็นที่ตั้งของราชสำนักเผ่าลั่วอวิ๋น
ขณะนี้ ภายในกระโจมหลวงของราชสำนักเผ่าลั่วอวิ๋น ราชาลั่วอวิ๋นกำลังจัดงานเลี้ยงให้แก่เหล่าแม่ทัพนายกองและขุนนางใต้บังคับบัญชา
สาเหตุที่จัดงานเลี้ยงนั้น เป็นเพราะพวกเขาเพิ่งเจรจาเรื่องสำคัญได้สำเร็จ
มีผู้หนึ่งถามขึ้น “องค์ราชา ในเมื่อเจรจากับเผ่าเลี่ยหั่วเรียบร้อยแล้ว พวกเราจะยกทัพไปตีเผ่าถ่ามู่เมื่อใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชาลั่วอวิ๋นก็ดื่มสุราในจอกจนหมดแล้วตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เผ่าถ่ามู่ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว จะเอาชนะเมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน รอให้อากาศอุ่นขึ้นอีกหน่อย จะเป็นผลดีต่อการยกทัพ”
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ มีคนเอ่ยปากถาม “ฝ่าบาท ไม่ทราบว่าท่านจะส่งผู้ใดไปจัดการเผ่าถ่ามู่”
เมื่อได้ยินคำถาม ราชาลั่วอวิ๋นครุ่นคิดครู่หนึ่ง สายตาจับจ