รื่องใส่ตัวหรือ” หลี่เต้าสีหน้าเรียบเฉย
“เจ้าเด็กนี่…” หยางหลินพูดไม่ออก
เสิ่นจงและคนรอบข้างที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน ต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไปมา ร่างกายสั่นเทาด้วยความพยายามกลั้นหัวเราะ
เมื่อเห็นใบหน้าของหยางหลินแดงก่ำด้วยความโกรธ หลี่เต้าก็รู้ว่าสมควรพอได้แล้ว จึงเอ่ยปากขึ้น
“เอาล่ะ ข้าไม่ล้อท่านผู้อาวุโสเล่นแล้ว ในเมื่อท่านผู้อาวุโสอยากพนัน ข้าผู้เป็นชนรุ่นหลังจะปฏิเสธได้อย่างไร”
“หากท่านชนะ ข้าจะคืนชุดเกราะหนักทั้งหนึ่งพันหกร้อยชุดให้หมด”
“แต่หากท่านแพ้ ข้าก็ไม่โลภมาก ขอเพียงท่านชดเชยให้ครบสามพันชุดก็พอ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยางหลินที่เดิมทีกำลังถลึงตาใส่อยู่ ทันใดนั้นก็เผยสีหน้าสงสัยออกมา จากนั้นก็พูดว่า “เจ้าเด็กนี่ไม่ได้มีกลอุบายอะไรใช่หรือไม่ ทำไมถึงตกลงง่ายดายเช่นนี้”
“การพนันนี้ท่านผู้อาวุโสเป็นคนกำหนด ข้าจะมีกลอุบายอะไรได้” หลี่เต้าพูดอย่างจริงจัง
“จริงหรือ?”
“หากท่านสงสัย ก็ไม่ต้องพนันแล้วกัน”
“อย่า ๆ ๆ พนันสิ พนัน”
เมื่อเห็นหลี่เต้าทำท่าจะไม่เดิมพันด้วยแล้ว หยางหลินก็รีบร้อนเอ่ยปากขึ้น การพนันในครั้งนี้เขาเป็นคนกำหนดกติกาเอง จะมีปัญหาอะไรได้
“ตกลงแน่นอนแล้วใช่หรือไม่? ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ?”
หยางหลินตอบอย่างมั่นใจ “ไม่เปลี่ยนใจ”
จากนั้นหลี่เต้าจึงมองไปทางเสิ่นจงและคนอื่น ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นขอให้ทุกท่านช่วยเป็นพยานให้ข้ากับท่านหยางด้วย”
ทุกคนต่างพากันพยักหน้า
หยางห